ภปค.อัดคกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "ลักไก"รีบเร่ง “ปลดล็อกเวลาขายน้ำเมา” ทั้งที่ยังไม่มีรายงานสรุปข้อดีข้อเสียช่วงทดลอง จี้เร่งตั้งกรรมการให้ครบก่อนออกประกาศ “เกณฑ์โฆษณา” ลั่นต้องมีความชอบธรรม
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่อาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) เข้ายื่นหนังสือต่อนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านทาง พญ. วรรณา หาญเชาว์วรกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อขอให้ออกกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยความรอบคอบ และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบกฎหมาย
นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า หลังพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 จากนั้นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามตำแหน่ง ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดที่ยังไม่มีกรรมการในสัดส่วนขององค์กรภาคเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนผู้ประกอบการได้ดำเนินการออกระเบียบและประกาศตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปแล้วถึง 18 ฉบับ ซึ่งกฎหมายได้ให้อำนาจไว้สามารถดำเนินการได้
อีกทั้ง กฎหมายลำดับรองที่ได้ประกาศไปแล้วนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำเป็นต้องเร่งออกเพื่อให้ทันระยะเวลาหนึ่งปี ตามที่พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 43 วรรคสอง
อัดลักไก่ปลดล็อกเวลาขายเหล้า เบียร์
การออกกฎหมายลำดับรองในเรื่องสำคัญๆที่ส่งผลต่อการควบคุมแอลกอฮอล์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยข้อมูลทางวิชาการ และข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองในด้านการโฆษณา ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้
คณะกรรมการควบคุมฯ จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ สมดุล ด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ครบถ้วน มีตัวแทนจากกลุ่มองค์กรเอกชนที่ครบถ้วนเสียก่อน ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีตามที่กฎหมายกำหนด รัฐมนตรีก็สามารถรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้
“ไม่ควรให้กรรมการที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับ ประกาศกำหนดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2569 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ทั้งที่ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการทดลองให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวลาตั้งแต่ 11.00 น. – 24.00 น. โดยมีการทดลอง 180 วัน ยังไม่มีรายงานสรุปข้อดีข้อเสียแค่ไหนที่ชัดเจน ก็ได้มีการเร่งออกประกาศใหม่ให้มีการขายได้เป็นการทั่วไปในเวลาดังกล่าวแล้ว”นายธีระกล่าว
จี้ตั้งกก.ให้ครบก่อนออกประกาศโฆษณา
นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน ภปค. กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายมีจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนี้
1.ขอให้เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ โดยการคัดเลือกและการแต่งตั้ง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรที่เป็นนิติบุคคล ผู้แทนองค์กรเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมฯให้แล้วเสร็จสมบูรณ์
2. เมื่อได้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบถ้วนเต็มคณะแล้ว จึงควรเร่งพิจารณากฎหมายลำดับรองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญหลักในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ กฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการโฆษณา ตามมาตรา 32/1 32/2 และ 32/4 โดยขอให้ยึดตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร (เอกสารแนบ 2 ) อย่างเคร่งครัด
ลั่นต้องมีความชอบธรรม
และ 3. ภาคีเครือข่ายยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทำผิดกฎหมาย เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“แม้กฎหมายจะให้อำนาจคณะกรรมการโดยตำแหน่งที่มีอยู่ปัจจุบัน สามารถดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองได้ก็จริงอยู่ แต่การมีคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆครบถ้วนตามกฎหมาย จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความรอบคอบ สร้างสมดุลของกฎหมาย ลดข้อครหาว่ามีการรีบเร่งโดยขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นการทำอะไรแม้จะถูกกฎหมายแต่ก็ควรควบคู่ไปกับความชอบธรรมด้วย” นานธีรภัทร์ กล่าว


