วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ลักไก' ปลดล็อก 'เวลาขายเหล้า' ภปค.อัดคกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ภปค.อัดคกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "ลักไก"รีบเร่ง “ปลดล็อกเวลาขายน้ำเมา”  ทั้งที่ยังไม่มีรายงานสรุปข้อดีข้อเสียช่วงทดลอง จี้เร่งตั้งกรรมการให้ครบก่อนออกประกาศ “เกณฑ์โฆษณา”  ลั่นต้องมีความชอบธรรม

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน  ที่อาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) เข้ายื่นหนังสือต่อนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านทาง พญ. วรรณา หาญเชาว์วรกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายแพทย์นิพนธ์  ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพื่อขอให้ออกกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยความรอบคอบ และเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบกฎหมาย

นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า หลังพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 จากนั้นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามตำแหน่ง  ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดที่ยังไม่มีกรรมการในสัดส่วนขององค์กรภาคเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนผู้ประกอบการได้ดำเนินการออกระเบียบและประกาศตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปแล้วถึง 18 ฉบับ ซึ่งกฎหมายได้ให้อำนาจไว้สามารถดำเนินการได้

 อีกทั้ง กฎหมายลำดับรองที่ได้ประกาศไปแล้วนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำเป็นต้องเร่งออกเพื่อให้ทันระยะเวลาหนึ่งปี ตามที่พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 43 วรรคสอง

อัดลักไก่ปลดล็อกเวลาขายเหล้า เบียร์

การออกกฎหมายลำดับรองในเรื่องสำคัญๆที่ส่งผลต่อการควบคุมแอลกอฮอล์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยข้อมูลทางวิชาการ และข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์  โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองในด้านการโฆษณา  ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้  

คณะกรรมการควบคุมฯ จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ สมดุล  ด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ครบถ้วน มีตัวแทนจากกลุ่มองค์กรเอกชนที่ครบถ้วนเสียก่อน ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีตามที่กฎหมายกำหนด รัฐมนตรีก็สามารถรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้

“ไม่ควรให้กรรมการที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับ ประกาศกำหนดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2569 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2569 ทั้งที่ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการทดลองให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวลาตั้งแต่ 11.00 น. – 24.00 น. โดยมีการทดลอง 180 วัน ยังไม่มีรายงานสรุปข้อดีข้อเสียแค่ไหนที่ชัดเจน ก็ได้มีการเร่งออกประกาศใหม่ให้มีการขายได้เป็นการทั่วไปในเวลาดังกล่าวแล้ว”นายธีระกล่าว  

 จี้ตั้งกก.ให้ครบก่อนออกประกาศโฆษณา

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน ภปค. กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายมีจุดยืนและมีข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนี้    

 1.ขอให้เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไม่เกิน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ โดยการคัดเลือกและการแต่งตั้ง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรที่เป็นนิติบุคคล ผู้แทนองค์กรเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการในคณะกรรมการควบคุมฯให้แล้วเสร็จสมบูรณ์

2. เมื่อได้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครบถ้วนเต็มคณะแล้ว จึงควรเร่งพิจารณากฎหมายลำดับรองซึ่งเป็นหัวใจสำคัญหลักในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แก่ กฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการโฆษณา ตามมาตรา 32/1 32/2 และ 32/4 โดยขอให้ยึดตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร (เอกสารแนบ 2 ) อย่างเคร่งครัด
ลั่นต้องมีความชอบธรรม

 และ 3. ภาคีเครือข่ายยินดีสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการทำผิดกฎหมาย  เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพประชาชน  ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“แม้กฎหมายจะให้อำนาจคณะกรรมการโดยตำแหน่งที่มีอยู่ปัจจุบัน  สามารถดำเนินการออกกฎหมายลำดับรองได้ก็จริงอยู่  แต่การมีคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆครบถ้วนตามกฎหมาย  จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความรอบคอบ สร้างสมดุลของกฎหมาย  ลดข้อครหาว่ามีการรีบเร่งโดยขาดการมีส่วนร่วม  ดังนั้นการทำอะไรแม้จะถูกกฎหมายแต่ก็ควรควบคู่ไปกับความชอบธรรมด้วย” นานธีรภัทร์ กล่าว