วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2569

Login
Login

แก้นโยบาย 'อาสาพยาบาล' 6 ภาคีชมรมพยาบาลยื่น 6 ข้อให้สธ.

6 ภาคีชมรมพยาบาลยื่น 6 ข้อถึงสธ.แก้นโยบาย “อาสาพยาบาล” ลั่นต้องเปลี่ยนคำเรียก-แยกขอบเขตงานให้ชัด – ผู้จัดการสุขภาพชุมชนต้องเป็นพยาบาล เชื่อจะทำเกิดรับบริการสุขภาพที่ได้มาตราฐาน ปลอดภัย และระบบปฐมภูมิยั่งยืน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทน 6 องค์กรชมรมพยาบาล ประกอบด้วย ชมรมผู้บริการทางการพยาบาลแห่งประเทศไทย ,ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน ,ชมรมพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลส่งเสริมสขภาพตำบลแห่งประเทศไทย ,ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย,ชมรมพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.)แห่งประเทศไทย และชมรมพยาบาลวิชาชีพสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึง รมว.สาธารณสุข เรื่อง ข้อเสนอเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าทางวิชาชีพและการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุข โดยมี นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหนังสือแทน 

ทั้งนี้ มีการระบุเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย “ 1 หมู่บ้าน 1 อาสาพยาบาล” ว่าเห็นด้วยในการขับเคลื่อน เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล วิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ๆ และประชาชน ตลอดจนป้องกันความซ้ําซ้อนในการปฏิบัติงานจริง

ภาคีเครือข่ายฯ จึงขอเสนอแนวทางเพื่อสนับสนุนให้การขับเคลื่อนนโยบายนี้บรรลุผลสัมฤทธิ์ โดยยึดมั่นบนแกน หลัก 3 ประการ ได้แก่ ความปลอดภัยของผู้รับบริการ (Patient Safety) ความถูกต้องตามกฎหมายและ ข้อบังคับสภาการพยาบาล (Nursing Law & Regulation) และความยั่งยืนของระบบสุขภาพ (System Sustainability) ประกอบด้วย

ขอให้เปลี่ยนชื่อเรียก 

1.) ชื่อเรียกตําแหน่ง ขอเสนอชื่อ “อาสาพยาบาล” (อสพ.)” สําหรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และ “พยาบาลวิชาชีพอาสา” สําหรับผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชนต่อบทบาทหน้าที่และวิชาชีพ

2.) การกําหนดขอบเขตการปฏิบัติงาน (Scope of Practice) ควรจําแนกขอบเขตการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎหมายวิชาชีพเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย โดยแยกขอบเขตการทํางานอย่างชัดเจน ได้แก่

  • อสพ. ที่เป็นพยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse Volunteers) คือ ผู้มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพฯ ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถปฏิบัติงานได้เต็มตามขอบเขตของกฎหมายวิชาชีพ กลุ่มนี้สามารถ ปฏิบัติการพยาบาลขั้นพื้นฐาน และการจัดการรายกรณี (Case Management) ได้ตามขอบเขตวิชาชีพ หาก เป็นพยาบาลเกษียณผ่านการอบรมตามหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง สาขาเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) ให้สามารถปฏิบัติงานตามประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง กําหนดรายการยาและสารวินิจฉัย สําหรับพยาบาลวิชาชีพ และพยาบาลเวชปฏิบัติในการรักษาโรคเบื้องต้น พ.ศ. 2565
  • อสพ. ที่ไม่ใช่พยาบาลวิชาชีพ (Nursing Assistants/Volunteers) คือ ผู้จบปริญญาตรีที่ผ่าน การอบรม) ให้ทําหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยสนับสนุนการดูแล" อาทิ การบริบาลกลุ่มเปราะบางขั้นพื้นฐาน การ ช่วยเหลือด้านกิจวัตรประจําวัน การอํานวยความสะดวกในการจัดส่งยา หรือการประสานงานข้อมูล เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติงานภายใต้การกํากับดูแลของพยาบาลวิชาชีพ

ผู้จัดการสุขภาพชุมชนต้องเป็นพยาบาล

3.) การจัดระบบบริการ เสนอให้ยกระดับบทบาทพยาบาลวิชาชีพหัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติ ครอบครัวในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.), พยาบาลชุมชนในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์ ในฐานะผู้กํากับดูแลและเป็นพี่เลี้ยง (Clinical Supervisor & Mentor) ให้เป็น “ผู้จัดการสุขภาพชุมชน” (Community Health Manager) เนื่องจากหัวใจสําคัญของความสําเร็จและยั่งยืนของนโยบายนี้ มิได้อยู่ที่จํานวนอาสาสมัคร แต่อยู่ที่ระบบเครือข่ายเกื้อหนุน (Supportive Network)

อีกทั้ง เพื่อต่อยอดบูรณาการงานเดิม เช่น ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย หรือศูนย์อุปกรณ์การแพทย์ยืม-คืน พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนงบประมาณสําหรับศูนย์ฯ ดังกล่าว เพื่อให้อาสาพยาบาลปฏิบัติงานภายใต้การกํากับดูแลอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ในระยะต่อไปควรบูรณาการวิชาชีพอื่นเข้าร่วมในศูนย์ฯ เช่น ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบําบัด หรือแพทย์แผนไทย เพื่อขยายบริการในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เช่น Day Care ต่อไป เมื่อ พยาบาลดังกล่าวฯ มีบทบาทหน้าที่ในการเป็น “ผู้จัดการสุขภาพชุมชน” (Community Health Manager) มีภาระงานในเชิงปริมาณเพิ่มขึ้น ควรมีการจัดระบบการเพิ่มค่าตอบแทนตามภาระงาน รวมถึงการ ทําหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และสอนงาน อสพ.ที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

แก้นโยบาย 'อาสาพยาบาล' 6 ภาคีชมรมพยาบาลยื่น 6 ข้อให้สธ.

ต้องสร้างให้เกิดความยั่งยืน 

4.) ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความคุ้มครองและความยั่งยืน (Sustainability Mechanisms) เพื่อ สนับสนุนการทํางานของพยาบาลวิชาชีพอาสา และอาสาพยาบาล ภาครัฐและผู้กําหนดนโยบายควรเร่งดําเนินการดังนี้

  • การคุ้มครองทางกฎหมาย (Legal Protection) ออกประกาศหรือระเบียบรองรับการปฏิบัติงาน ของพยาบาลวิชาชีพอาสาและอาสาพยาบาลให้ชัดเจน รวมทั้งจัดระบบประกันความรับผิดชอบทางวิชาชีพ (Malpractice Insurance) สิทธิผู้ประกอบวิชาชีพเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลไม่ครอบคลุมบุคคลอื่นภายใต้การ กํากับดูแลซึ่งเป็นผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • การสนับสนุนทรัพยากร (Resource Allocation) มีการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อ สนับสนุนค่าตอบแทน ค่าเดินทาง และวัสดุอุกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นในการปฏิบัติงานไปที่หน่วยบริการ ปฐมภูมิ
  • การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) จัดให้มีระบบการขึ้นทะเบียน ประเมินสมรรถนะ และ การศึกษาต่อเนื่อง (Continuing Education) ควรมีกลไกส่งเสริมความก้าวหน้าให้แก่อาสาพยาบาล โดย สนับสนุนผู้ที่มีความพร้อมให้สามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาล (เช่น หลักสูตร 2.5 ปี) เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพอย่างเต็มตัว

5.) ขอสนับสนุนเส้นทางความก้าวหน้าให้กับผู้ที่ได้รับการศึกษาต่อเนื่องและมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์แล้ว ให้มีการบรรจุเป็น “พยาบาลวิชาชีพ” ในหน่วยงานบริการปฐมภูมิต่อไป

และ6.) เสนอให้มีระบบการควบคุมกํากับติดตามที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองทั้ง อสพ.และประชาชน