วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สธ.ลุยปั้น ‘อาสาพยาบาล’ ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

สธ.ลุยปั้น ‘อาสาพยาบาล’  ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

สธ.เริ่มผลิต "อาสาพยาบาล(อสพ.)" ดึงคนจบ ป.ตรี – พยาบาลเกษียณร่วม เป้า 3 ปี  75,668 คน เฟสแรกตั้ง 1 ตำบล 1 คน ดูแลสุขภาพ 4 กลุ่มเปราะบาง  แย้มค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท บวกออนท็อปตามภาระงาน

จากที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน ชูนโยบาย "สูงวัยพลัส" ในการหาเสียง ซึ่งหนึ่งในมาตรการ คือ "พยาบาลอาสา" เป้า"1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา" เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 100,000 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ตั้แต่ในปี 2569 โดยแต่ละเขตสุขภาพ จะไปดูงบประมาณและจัดสรรเพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ อย่างน้อยๆช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปลายปีงบประมาณนี้

เฟสแรก 1 ตำบล 1 อาสาพยาบาล

สำหรับเป้าหมายการผลิตเบื้องต้นกำลังขอรับทราบความพร้อมจากในพื้นที่ รอจำนวนที่มีความพร้อมก่อนว่ามีน้อยเท่าไรตามที่พื้นที่ส่งมาเราก็จะทำทันที หากเป็นไปได้เฟสแรกก็อยากได้ประมาณ 1 ตำบล 1 อสพ.ก่อน โดยการฝึกอบรมจะเกิดขึ้นช่วงเดือน มิ.ย.นี้ และการลงพื้นที่ก็ราวๆ ก.ค. - ส.ค.นี้ โดยจะให้การดูแลสุขภาพใน 4 กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยติดเตียง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แม่และเด็ก และจิตเวช/ยาเสพติด

 

“อสพ. จะสามารถช่วยลดภาระงานลงได้ จะเป็นการเสริมการทำงานกันกับอสม. โดย อสพ.จะค่อนข้างโฟกัสใน 4 กลุ่มเปราะบาง และไม่ซ้ำซ้อน กับ Care Giver แต่อาจจะมีบางส่วนที่มีคาบเกี่ยวกันบ้าง ซึ่งหากสามารถยกระดับ Care Giver ได้ก็ยินดี และมีการคุยกันว่า พยาบาลเกษียณที่มีความประสงค์จะเข้าโครงการนี้ก็ยินดี”นายพัฒนากล่าว

ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า อาสาพยาบาลจะเป็นผู้จบปริญญาตรีแล้วมาฝึกทักษะหรือมาเรียนต่อทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้สามารถไปทำงานแทนหรือทำเหมือนหน้าที่พยาบาลแทน แต่ทำในชุมชน ดังนั้น อสพ.จะต่างชัดเจนจาก อสม.หรือ Care Giver เดิม คือ จะทำงานเป็นกลุ่มฐาน คาดหวังว่า อสพ.สามารถไปดูแลโดยเฉพาะกลุ่มติดบ้านติดเตียง ลดภาระให้แก่ญาติ

"ญาติบางส่วนต้องลาออกจากงานเพื่อไปดูแล อสพ.จะสามารถดูแลได้มากกว่า 1 คน เพื่อทำให้ญาติกลับไปทำงานประกอบอาชีพได้ ก็จะลดภาระ และครอบครัวมีรายรับเพียงพอในการใช้จ่ายในครอบครัว" นพ.ภูวเดชกล่าว

ระยะเวลาการผลิต เบื้องต้นเป้าหมายแรก คือ 1 ตำบล อสพ. 1 คน แต่ขึ้นกับงบประมาณ อาจมีบางพื้นที่จะอาสา แต่เป้าหมายสุดท้ายภายใน 3 ปีคือทุกหมู่บ้านมี อสพ.1 คน แต่ระหว่างนี้อาจจะมีบางพื้นที่บางเขตอาจนำร่องทุกหมู่บ้านหรือตำบล เพื่อให้เห็นความแตกต่างจะเป็นแนวทางพัฒนาต่อไป

สธ.ลุยปั้น ‘อาสาพยาบาล’  ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

ถามถึงค่าตอบแทน นพ.ภูวเดชกล่าวว่า เบื้องต้นค่าตอบแทนรายเดือนตามภาระงานขั้นต่ำ หากดูแลติดบ้านติดเตียงจำนวนเท่านี้ แม่และเด็ก NCDs เท่านี้ ก็ไม่ต่ำกว่า 15,000บาท อนาคตอาจจะเป็นเรื่องของตามผลงานบริการ หากภาระงานมากผลงานดี อาจจะจ่ายออนท็อปเพิ่ม โดยได้ทำงานที่บ้าน กลุ่มเป้าหมายอยู่ในชุมชนทั้งนั้น จะไม่ข้ามชุมชน เหมือนดูแลญาติพี่น้อง

โดยจะเป็นงบประมาณปี 2570 และเป็นการของบประมาณทุกปี เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน โดยจะเป็นงบจากส่วนกลางส่งไป ไม่ได้เป็นภาระแก่หน่วยบริการในพื้นที่

อาสาพยาบาลช่วยระบบสุขภาพยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมีการนำเสนอข้อมูลการขับเคลื่อนโครงการอาสาพยาบาลว่า เป็นการขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของระบบสุขภาพไทยใน 4 ด้าน คือ

1.) เสริมกำลังด่านหน้าของหน่วยบริการสาธารณสุข โดยจะช่วยแบ่งเบาภาระงาน รพ.สต.ในชุมชน ทั้งมิติส่งเสริม ป้องกัน ดูแล ฟื้นฟู (Care&Rehab)  เป็นด่านหน้าที่เข้าถึงประชาชนถึงบ้าน ตอบโจทย์ภาระงานพยาบาลที่เพิ่มขึ้นจากสังคมสูงวัยและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

2.) ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิในชุมชน เนื่องจาก อสพ.จบปริญญาตรีและผ่านการอบรม 240/120 ชั่วโมง ช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพในชุมชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 

3.) เติมเต็มทีมเวชศาสตร์ครอบครัว โดยจัดเป็นสมาชิกใหม่ของทีมตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เชื่อมระหว่างแพทย์กับชุมชน อีกทั้งประสานงานระดับพื้นที่ให้ Care Plan ของแพทย์ลงสู่ครัวเรือนได้จริง

และ 4.) เติมเต็มมิติดูแลสุขภาพ-ฟื้นฟูสภาพ โดยจะดูแล 4 กลุ่มเปราะบางดังกล่าว

ผลิตอาสาพยาบาล 3 เฟส

ทั้งนี้ มีเป้าหมายการการผลิต อสพ.เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 ปี 2570 เป้าหมาย 1 ตำบล 1 อสพ. จะต้องมี อสพ. 7,255 คน
  • ระยะที่ 2 ปี 2571 มี 28,000 คน
  • ระยะที่ 3 ปี 2572 คือ 1 หมู่บ้าน 1 อสพ. จะต้องมี อสพ. 75,668 คน ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงทุกหมู่บ้าน ลดภาระหน่วยบริการสาธารณสุข ระบบสุขภาพชุมชนสมบูรณ์ขึ้น และช่วยพัฒนากำลังคนสุขภาพอย่างยั่งยืน

การผลิตจะมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และสถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) กำหนดนโยบายการพัฒนา มาตรฐานหลักสูตร ติดตามประเมินผล มีวิทยาลัยพยาบาลในพื้นที่บริหารการเรียนการสอน กำกับคุณภาพ และฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และ รพ.สต. โดยหลักสูตร อสพ.จะมี 9 รายวิชาแบ่งเป็น 3 หมวด คือ หมวด 1 พื้นฐานและทักษะการพยาบาลทั่วไป หมวด 2 เฉพาะกลุ่มเป้าหมาย หมวด 3 การประยุกต์และฝึกภาคสนาม

สัดส่วนการผลิตจะเป็นกลุ่มปริญญาตรีสายสุขภาพ 4,353 คน คิดเป็น 60% อบรม 120 ชั่วโมง , ปริญญาตรีทั่วไป 2,176 คน คิดเป็น 30% อบรม 240 ชั่วโมง และพยาบาลวิชาชีพเกษียณ 726 คน คิดเป็น 10% อบรม 40 ชั่วโมง รูปแบบการเรียนการสอนใช้แนวคิด Hybrid Community-Based Learning มีการปฐมนิเทศ เรียนออนไลน์ 3 สัปดาห์ ออนไซต์ 1 สัปดาห์ และฝึกงาน 4 สัปดาห์

4 ภาระงานอาสาพยาบาล

สำหรับภาระงานของ อสพ. หากคำนวณจากระยะที่ 1 จำนวน 7,255 คน ดูแล 4 กลุ่มเปราะบางราว 35 ล้านคน เฉลี่ยต้องดูแล 1 ต่อ 4,830 เคส แบ่งเป็น

1.)ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 244,062 ราย (กลุ่มติดบ้าน 196,365 ราย ติดเตียง 47,697 ราย) ภาระงานเฉลี่ย 1 ต่อ 34 ราย จะคอยดูแลแผลกดทับ ฟื้นฟู ADL ป้องกันการหกล้ม นวดแผนไทย กายภาพบำบัด Tele-Consult เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน ลดการนอนโรงพยาบาลซ้ำ เพิ่มคุณภาพชีวิต 

2.)ผู้ป่วยโรค NCDs 28.4 ล้านราย (เบาหวาน 6.4 ล้านราย ความดันโลหิตสูง 14 ล้านราย และไตเรื้อรัง 8 ล้านราย) ภาระงาน 1 ต่อ 3,900 ราย ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงปรับพฤติกรรมสุขภาพระดับครัวเรือน ทั้งการกินอาหาร ออกกำลังกาย กำกับติดตามสถานะสุขภาพ การควบคุมอาหาร น้ำตาลในเลือดและความดัน เพื่อให้สามารถลดยา หยุดยา เป็น NCDs Remission

3.)แม่และเด็ก 1.81 ล้านราย (หญิงตั้งครรภ์ 441,631 ราย เด็ก 0-5 ปี 1.37 ล้านราย) ภาระงาน 1 ต่อ 250 ราย จะติดตามหญิงตั้งครรภ์ให้ฝากครรภ์ครบ 5 ครั้ง ประเมินและส่งเสริมพัฒนาการสมวัย ส่งเสริมโภชนาการ ลดภาวะซีดในแม่และเด็ก

4.)จิตเวช/ยาเสพติด 4.5 ล้านราย (ผู้ป่วยจิตเวช 4.4 ล้านราย ยาเสพติด 1.8 แสนราย) ภาระงานอยู่ที่ 1 ต่อ 633 ราย จะมีการเยี่ยมบ้าน สังเกตอาการเตือน ติดตามการกินยาและติดตามพบแพทย์