นโยบายการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติหรือ Medical Hub กำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบการก่อสร้างและพัฒนา “ศูนย์การแพทย์” ระดับเหนือตติยภูมิ เพื่อเป็นแหล่งผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ให้บริการการแพทย์ รวมถึงเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุและดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 ทำเล รวมงบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาท
ศิริราชนานาชาติ ย่านบางโพ
1.เรือธงสำคัญ "สถาบันการแพทย์ศิริราชนานาชาติ" ย่านบางโพ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล บนพื้นที่บริจาค 13 ไร่ ด้วยงบประมาณสูงถึง 16,960 ล้านบาท โครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การติดตั้งเครื่องฉายแสงโปรตอนมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับรักษาโรคที่สลับซับซ้อน
รองรับการรักษาคนไข้นอกได้ปีละกว่า 6.5 แสนคน ผู้ป่วยใน ไม่น้อยกว่า 20,000 คนต่อปี ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย แต่มีการวางระบบที่สามารถรองรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยหรือโดยรอบประเทศไทย หรือกลุ่มแอ็กซ์แพ็ท (Expat) ราว 10 % หากมีกำไรหรือขาดทุน ศิริราชก็ต้องรับผิดชอบ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2574
การก่อสร้างจะเป็นอาคาร 19 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 149,714 ตร.ม. มีพื้นที่บริการทางการแพทย์ ศูนย์บริการตรวจรักษาโรคเฉพาะทางต่าง ๆ ศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง และศูนย์ห้องผ่าตัด 22 ห้อง, หอผู้ป่วยในรวมจำนวน 442 เตียง แบ่งเป็น หอผู้ป่วยพิเศษ 352 เตียง และหอผู้ป่วยวิกฤต 90 เตียง
มีพื้นที่วิชาการเและปฏิบัติการ ที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศระดับมาตรฐานสากล และ พื้นที่จัดกิจการอเนกประสงค์, คอมมิวนิตี้มอลล์ เป็นต้น
รพ.รามาธิบดี ย่านนวัตกรรมโยธี
2. "โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี" คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน ศูนย์กลางนวัตกรรมบนพื้นที่กว่า 15 ไร่ งบประมาณ 15,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี 2573 เมื่อเปิดให้บริการแล้วจะกลายเป็นศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมการเป็นโรงเรียนแพทย์สำหรับผลิตบุคลากรทางการแพทย์ออกสู่สังคม การเป็นโรงพยาบาลหลักของประเทศเพื่อให้การรักษาประชาชน และการเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ
จะเป็นอาคารสูง 25 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 278,000 ตารางเมตรรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,000 เตียง และเพิ่มจำนวนห้องผ่าตัดเพื่อรองรับการผ่าตัดที่ซับซ้อน รวมถึงการขยายศักยภาพห้อง ICU เป็น 200 เตียงเพื่อเตรียมรับมือวิกฤตสุขภาพในอนาคต ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข และนักศึกษา 950 คนต่อปี ห้องผ่าตัดจาก 44 ห้อง เพิ่มเป็น 52 ห้อง เน้นการบูรณาการผ่าตัดรองรับโรคซับซ้อน
ห้องไอซียู จาก 100 เตียง เพิ่มเป็น 200 เตียง ตอบรับสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มเครื่องมือแพทย์ทันสมัย ศูนย์การผ่าตัดแบบไม่นอน รพ. รองรับแนวโน้มการบริการทางด้านสุขภาพในอนาคต เพิ่มพื้นที่เรียนรู้ บ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มพื้นที่แห่งการวิจัย สู่การสร้างนวัตกรรมด้านการแพทย์
อุทยานการแพทย์ เกษตรศาสตร์
3.โครงการ "อุทยานการแพทย์" มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) บนพื้นที่บางเขน 25 ไร่ งบประมาณกว่า 8,800 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการบูรณาการเวชศาสตร์ป้องกันควบคู่กับการรักษาโดยใช้สมุนไพรและพื้นที่สีเขียว พร้อมจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพออกสู่สังคม
โครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการจัดตั้งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการจัดตั้งคณะทางการแพทย์ต่างๆ เช่น คณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ บนพื้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เพื่อให้เป็นพื้นที่ทางการแพทย์ที่เน้นพื้นที่สีเขียว และด้านสมุนไพร ซึ่งถือเป็นการป้องกันทางเวชศาสตร์ควบคู่กับการรักษา มีการดำเนินการ 2 ระยะ
- ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2567-2572 ) จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และศูนย์การแพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ก่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขั้นที่ 1 ขนาด 100 เตียง และขั้นที่ 2 ขนาด 300 เตียง
- ระยะที่ 2 (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2573 ) จัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะอื่นๆ เช่น คณะเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อแล้วเสร็จะก่อนประโยชน์ 1. ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ 2. สามารถสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพที่เป็นอัตลักษณ์บนพื้นฐานที่เข้มแข็งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ3. การให้บริการทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพแก่ประชาชน ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง
ส่วนของการให้บริการรักษาคาดว่ามีรายได้จากการรักษาผู้ป่วยที่มารับบริการไม่น้อยกว่าปีละ 1,591 ล้านบาท โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในขั้นที่ 1 ให้บริการผู้ป่วยนอกจำนวนกว่า 1 แสนคนต่อปี และจำนวนกว่า 3.6 แสนคนต่อปี ในขั้นที่ 2 และ ให้บริการผู้ป่วยในราว 12,000 คน/ปี
ศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน
4.โครงการ”ศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน” มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ขยายตัวสู่ภูมิภาคในพื้นที่ภาคใต้ ได้ปักหมุดที่จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่
- กิจกรรมที่ 1 วิทยาลัยสุขภาพนานาชาติ (International Health and Science College)
- กิจกรรมที่ 2 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต (International Hospital)
- กิจกรรมที่ 3 International Wellness Center - กิจกรรมย่อยศูนย์ทันตกรรม ดิจิทัล สงขลานครินทร์ (International Dental Center) ในวงเงินงบประมาณรวม 5,116 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี พ.ศ.2566-2570
รพ.สงขลานครินทร์ ภูเก็ต รูปแบบอาคาร 9 ชั้น พื้นที่ใช้สอยในแต่ละชั้น ประกอบด้วยชั้นใต้ดิน 2-3 เป็นส่วนของที่จอดรถ ชั้นใต้ดิน 1 เป็นพื้นที่สำนักงานและส่วนบริการ ชั้นที่ 1-2 เป็นพื้นที่ผู้ป่วยนอก (OPD) ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่ ห้องปฏิบัติการ (OR) ชั้นที่ 4 เป็นพื้นที่ส่วนบริการกลาง (LOUNGE) ชั้นที่ 5-6เป็นพื้นที่ผู้ป่วยใน (IPD)จำนวน 300 เตียง ภายในตัวอาคารมีระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในระบบโรงพยาบาล มีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และ ห้องปฏิบัติการสนับสนุนทางการแพทย์
เป้าหมาย 1.มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ขนาด 300 เตียง 2.ลดการเดินทางของผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องเดินทางไปรักษาในต่างพื้นที่ไม่น้อย กว่าปีละ13,500 ครั้ง ลดค่าใช้จ่ายผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่าปีละ 135 ล้านบาท 3.ให้บริการผู้ป่วยในที่เป็นโรคซับซ้อนได้ไม่น้อยกว่าปีละ 12,500 คน 4. ให้บริการผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่าปีละ 3 แสนคน
5. มีรายได้จากการรักษาผู้ป่วยชาวต่างชาติที่มารับบริการไม่น้อยกว่าปีล 1,600 ล้านบาท 6. มีการอบรม Re-skill Up-skill และ New-skillสำหรับบุคลากรภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมระบบสุขภาพในพื้นที่และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 คน ระดับไม่ต่ำกว่าปีละ 300 คน และ7.ผลิตบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เป็นหลักสูตรเชี่ยวชาญในทุก
ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ฯบูรพาทิศ
และ5.ภาคตะวันออก "ศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ" มหาวิทยาลัยบูรพาได้รับอนุมัติงบประมาณกว่า 5,374 ล้านบาท ยกระดับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575 เพื่อยกระดับศักยภาพบริการทางการแพทย์ การผลิตบุคลากร และนวัตกรรมสุขภาพในพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC
การก่อสร้างอาคารใหม่ 3 อาคาร และปรับปรุงอาคารเดิม 1 อาคาร ได้แก่ อาคารศูนย์การเรียนรู้ และปฏิบัติการทางการแพทย์ อาคารสนับสนุนทางการแพทย์ อาคารอเนกประสงค์ และการปรับปรุงอาคารศรีนครินทร์ เพื่อรองรับบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม หอพักนิสิต และพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้
โครงการจะช่วยเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาไปสู่โรงพยาบาลขนาด 500 เตียง และต่อยอดสู่ 800 เตียงในอนาคต พร้อมรองรับการเพิ่มจำนวนนิสิตแพทย์ การฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ประจำบ้าน และบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่จำเป็นต่อพื้นที่
นอกจากนี้ มุ่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมทางการแพทย์ เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันวิจัย เพื่อพัฒนางานวิจัยทางคลินิก เทคโนโลยีสุขภาพ และบริการการแพทย์เฉพาะทางให้ตอบโจทย์ทั้งประชาชนในพื้นที่ และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ

