สธ.วาง 4 ยุทธศาสตร์ "สาธารณสุขชายแดน" จ.ตาก รองรับประชากรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยกว่า 5 แสนคน เน้นป้องกันควบคุมโรคไม่ให้แพร่สู่คนไทย
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานสาธารณสุข และการจัดบริการสุขภาพกลุ่มประชากรต่างชาติในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตากว่า ตาก เป็นจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีบริบทพื้นที่ซับซ้อนแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ โดยมีอำเภอที่ติดกับพื้นที่ชายแดน 5 อำเภอ ได้แก่ แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง พบพระ และอุ้มผาง มีช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศมากกว่า 30 ช่องทาง และบางส่วนไม่มีแนวพรมแดนที่ชัดเจน
ส่งผลให้สถานบริการสาธารณสุขต้องดูแลทั้งประชากรไทย และประชากรไม่ใช่สัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ มากกว่า 5 แสนคน ทั้งกลุ่มแรงงานที่มีประกันสุขภาพ บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและสิทธิ์ คนไทยรอพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงยังมีพื้นที่พักพิงชั่วคราวถึง 3 แห่ง มีผู้หนีภัยการสู้รบเกือบแสนคน
เป็นภาระงานของโรงพยาบาลในพื้นที่ที่จะต้องดูแลรักษาสุขภาพตามหลักมนุษยธรรม และยังเป็นการป้องกันและควบคุม โรคติดต่อตามแนวชายแดน เช่น มาลาเรีย วัณโรค อหิวาตกโรค ไม่ให้มีการแพร่ระบาดมาสู่คนไทยด้วย หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้ดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์สาธารณสุขชายแดน ได้แก่
1. Health Dam เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเพิ่มจุดบริการสุขภาพ (Health Post, Malaria Post, Health center) ในชุมชนต่างด้าว ชายแดน และพัฒนาคนต่างด้าว (อสต./พสต.) ให้สามารถให้บริการสุขภาพเบื้องต้นได้ เพื่อลดภาระงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
2.Twin village หมู่บ้านคู่ขนานไทย-เมียนมา (ชนกลุ่มน้อย) เพื่อเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคร่วมกันแบบไม่เป็นทางการ ผ่าน อสม.-อสต. และ พสต.Buddy ในหมู่บ้านคู่ขนาน
3.เครือข่ายความร่วมมือการดำเนินงานสาธารณสุขชายแดน (Border health task force collaboration network) โดยภาครัฐและองค์กรอิสระ ช่วยเหลือและร่วมแบ่งปันกัน และ
4.เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก ประเทศไทย และโรงพยาบาลเมียวดีสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา
เนื่องจาก จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษ กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดน จังหวัดตาก (Tak Border Health Learning Center) ขึ้นที่โรงพยาบาลแม่สอด เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือด้านการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดน และยังเป็นแหล่งพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข
รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานโรคติดต่อในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา(Joint Information & Coordination Center : JICC) และจัดการเรียนการสอน ฝึกอบรมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ผ่านหลักสูตรต่างๆ รวม 7 หลักสูตร ตั้งแต่ปี 2567 - 2569 มีผู้ผ่านการอบรมแล้ว 1,193 คน

