วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

บนเรือ ‘ไวรัสฮันตา’ ไม่มีคนไทย  บอร์ดโรคติดต่อจ่อยกเป็น ‘โรคติดต่ออันตราย’

บนเรือ ‘ไวรัสฮันตา’ ไม่มีคนไทย  บอร์ดโรคติดต่อจ่อยกเป็น ‘โรคติดต่ออันตราย’

บนเรือสำราญ “ไวรัสฮันตา” ไม่มีคนไทย  บอร์ดโรคติดต่อเคาะศึกษา “โรคไวรัสฮันตา” ก่อนยกเป็น “โรคติดต่ออันตราย” แม้ประเมินความเสี่ยงยังต่ำแต่ต้องเฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุขเป็นประธานนั้น  มีวาระพิจารณา “แนวทางรองรับสถานการณ์ “ไวรัสฮันตา” เชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้” โดยมีการนำเสนอ สถานการณ์ของโรคไวรัสฮันตาทั่วโลก และประเทศไทย

  • สหรัฐอเมริกา  ปี 2536-2566 พบผู้ป่วยสะสม 890 ราย อัตราป่วยตาย 35%
  • ทวีปอเมริกา  ปี 2568 รายงานจำนวนผู้ป่วยสะสม 229 ราย เสียชีวิต 59 ราย อัตราป่วยตาย 25.7%
  • จีน พบผู้ป่วย 5,000-10,000 รายต่อปี อัตราป่วยตาย 1-2%
  • เกาหลีใต้ พบผู้ป่วย 300-600 รายต่อปี อัตราป่วยตาย 1-2%
  •  ทวีปยุโรป  ปี 2566 รายงานผู้ป่วย 1,855 ราย
  • ไต้หวัน  ปี 2569 พบผู้ป่วย 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย
  • ประเทศไทย ปี 2528 เคยมีรายงานผู้ป่วยที่ตรวจพบ ภูมิคุ้มกันของ Hanta-like virus ที่ จังหวัดกาญจนบุรี และกรุงเทพฯ (Edwell, R.M., et al.)

ปี 2542-2543 มีการศึกษาในผู้ป่วยไข้ ไม่ทราบสาเหตุจำนวน 115 ราย ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล (ยุพิน ศุทธิมงคล) พบผู้ป่วย 1 ราย ในกรุงเทพมหานคร มีผลยืนยันการวินิจฉัย ว่าติดเชื้อ Hanta-like virus

นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ แนวทางรองรับสถานการณ์ "ไวรัสฮันตา" เชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยมอบหมายให้กรมควบคุมโรคประสานผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558

และจัดทำการประเมินความเสี่ยง ข้อเสนอทางวิชาการ ตลอดจนเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง ห้องปฏิบัติการ แนวทางตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และการสื่อสารความเสี่ยงต่อประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม

สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง และทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูงคือ มีอาการปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน มีอัตราป่วยตายสูงประมาณ 30-40% มีรายงานการแพร่ระหว่างคนในบางสายพันธุ์ เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ ยังไม่มีการรักษาจำเพาะ และไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลายทั่วโลก

ขณะนี้มีมาตรการที่ดำเนินการ คือ

  • ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศได้เข้มงวดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ ที่มีรายงานโรค ประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
  •  ระบบเฝ้าระวังภายในประเทศ ได้แจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพิ่มการคัดกรอง และสอบสวนโรค เน้นผู้มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง
  • การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ โดยไทยมีศักยภาพรองรับการตรวจวินิจฉัยไวรัสฮันตา
  •  การสื่อสารความเสี่ยง สื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“ บนเรือสำราญนั้น ไม่มีรายงานว่ามีคนไทย  สำหรับประเทศไทยยังไม่พบการระบาดในประเทศ มีข้อมูลวิจัยพบสัตว์ฟันแทะที่เป็นพาหะของเชื้อ เน้นย้ำว่าไม่ได้แพร่ติดต่อง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ แนะนำป้องกันตนเองจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ และสิ่งปนเปื้อน และการประเมินความเสี่ยง ประชาชนทั่วไปมีควาเมสี่ยงต่ำ เชิงระบบสาธารณสุขต้องเฝ้าระวัง" นายพัฒนา กล่าว

เห็นชอบนโยบายขับเคลื่อนวัคซีน

นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบนโยบายการขับเคลื่อนวัคซีนลำดับความสำคัญสูงสุด (First Priority) ปี 2569 – 2571 ซึ่งมี 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เร่งบรรจุวัคซีนรวม 6 โรค DTwP-HB-Hib-IPV (คอตีบ, บาดทะยัก, ไอกรน, ตับอักเสบบี, โปลิโอ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ Hib) และวัคซีน Tdap ป้องกัน 3 โรค (บาดทะยัก คอตีบ และไอกรน) เข้าชุดสิทธิประโยชน์ปี 69 สำหรับเด็ก และวัยรุ่น
2.จัดแคมเปญฉีดวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ (2 โดส) ให้ผู้หญิงอายุ 21-26 ปี ในช่วงปีงบประมาณ 2569 – 2570
3.ส่งเสริมให้ อปท. จัดหาวัคซีนที่ยังไม่อยู่ในสิทธิพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนในระดับพื้นที่ ครอบคลุมทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ โดยกลุ่มเด็ก และวัยรุ่น คือ วัคซีนรวม 6 โรค, วัคซีน Tdap และวัคซีนไข้เลือดออก ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป คือ วัคซีน 4 ชนิด (HPV, ตับอักเสบบี, ไข้เลือดออก และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ)
4.เห็นชอบการจัดตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง และป้องกันโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จำนวน 3 ด่าน ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) จ.บึงกาฬ , จุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง จ.อุบลราชธานี และจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ จ.เลย

รวมถึง ติดตามสถานการณ์โรคติดต่อสำคัญอย่างใกล้ชิด 6 โรคสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอยู่ในช่วงรณรงค์ฉีดวัคซีนประจำปี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว

โรคหัด แม้แนวโน้มลดลงแต่ยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน จึงควรเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ , โรคไวรัสตับอักเสบเอ ให้ความสำคัญกับสุขาภิบาลอาหาร และน้ำเพื่อป้องกันการปนเปื้อน , โรคซิฟิลิสแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น และวัยเจริญพันธุ์ จึงควรป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัย และเข้ารับการตรวจคัดกรอง

 โรคไข้หูดับมีความเสี่ยงจากการบริโภคหมูดิบหรือสุกๆ ดิบๆ และการสัมผัสเนื้อหมูสด และโรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน) พบในผู้ที่สัมผัสดิน และน้ำโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกร และผู้ป่วยเบาหวาน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง หูอื้อ หรืออาการรุนแรงหลังสัมผัสปัจจัยเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และลดการแพร่กระจายของโรค

บนเรือสำราญ ไม่มีคนไทย 

ด้าน นพ.มณเฑียร  คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนโดย Hantavirus มีพาหะนำโรคคือ สัตว์ฟันแทะ เช่น หนู การติดต่อคือ การสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่ฟุ้งกระจายในอากาศหรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากสัตว์ที่ติดเชื้อแล้วมาสัมผัสแผลบนผิวหนังหรือเยื่อบุของร่างกาย เช่น ตา จมูก ปาก เป็นต้น โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่พบได้น้อยมาก จากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน มีระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

อาการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS) ก่ออาการไตวายหรือเลือดออก พบในยุโรป และเอเชีย ผู้ป่วยมีอาการไข้ ปวดศีรษะรุนแรง ปวดหลัง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาจมีความดันต่ำ เลือดออก และไตวายเฉียบพลัน อัตราป่วยตายต่ำ 1-15%

 2.กลุ่มอาการ Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ก่ออาการโรคปอดรุนแรง พบในทวีปอเมริกา อาการเริ่มต้นคือ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมาประมาณ 4-10 วัน มีอาการไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก อัตราป่วยตายสูง 20-40% อาจถึง 50%

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์