วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เดินหน้า ‘ปฏิรูป สปสช.’ ปรับบทบาทอนุกรรมการ-ชงรื้อโครงสร้างงบบัตรทอง

เดินหน้า ‘ปฏิรูป สปสช.’ ปรับบทบาทอนุกรรมการ-ชงรื้อโครงสร้างงบบัตรทอง

“พัฒนา” เดินหน้า “ปฏิรูป สปสช.” ปรับบทบาทอนุกรรมการ สกัดปัญหาเรื่องล่าช้าหวังตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ทันเวลา ขณะที่ชมรม รพศ./รพท.-ชมรม นพ.สสจ. ยื่นรื้อโครงสร้างงบบัตรทอง ลดสัดส่วน “หักค่าแรง”

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการปฏิรูปสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ซึ่งบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทองว่า  มีการหารือร่วมกันเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยึดเอาความคาดหวังของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่มีการดำเนินการช้าแบบไม่ทันใจ จะพยายามหารือร่วมกันแล้วจัดให้เกิดความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการประชาชนได้เร็วขึ้น

นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า ในอดีตกระบวนการพิจารณาเรื่องต่างๆ จะมีอนุกรรมการดำเนินการจัดทำเรื่องขึ้นมาแล้วนำมาหารือในบอร์ด สปสช. ซึ่งหลายครั้งยังไม่ได้ตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน ในเดือนถัดๆ ไปจะมีข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะเป็นเชิงนโยบายของรัฐบาลนำเข้ามาหารือในที่ประชุมบอร์ด และจะมีข้อกำหนด ข้อสั่งการจากบอร์ดลงไปที่คณะอนุกรรมการต่างๆ และฟีดแบ็กกลับมา ก็จะมีถึงกระบวนการกำหนดระยะเวลา แต่หากไม่ทันตามกำหนดก็จะต้องนำมาหารือกันในบอร์ด เพื่อเคาะให้จบให้ทันต่อเหตุการณ์

“เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป ปฏิรูปวิธีการทำงาน วิธีคิด และเป้าหมาย โดยเรื่องไหนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็จะมีการเสนอต่อบอร์ดสปสช.เลย ไม่ต้องผ่านอนุกรรมการ หรืออาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็นหรืออยู่ในความสนใจหรือต้องทำให้ทันต่อเหตุการณ์ บอร์ดก็สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะบอร์ดมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ส่วนคณะอนุกรรมการสามารถช่วยเติมเต็มแง่มุมต่างๆ เชิงลึก ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติ” นายพัฒนา กล่าว 

ขณะที่ นพ.สมบัติ สธนเสาวภาคย์ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.) กล่าวว่า  ได้เข้าพบ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) หารือแนวทางการปรับปรุงระบบงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(กองทุนบัตรทอง) ให้เหมาะสม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณ ปี 2570  ก่อนเดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อเสนอเร่งด่วน เพื่อแก้ไขวิกฤติสภาพคล่องของ รพ.รัฐ และการปรับปรุงระบบงบประมาณบัตรทองขอให้พิจารณาจัดสรรงบ สอดคล้องกับต้นทุนการบริการจริง

“จากการที่ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และชมรม รพศ./รพท. ได้ติดตามสถานการณ์การจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบ UC พบว่า โครงสร้างการจัดสรรในปัจจุบันส่งผลต่อให้หน่วยบริการของรัฐ ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินอย่างรุนแรง กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ค่ายาเวชภัณฑ์ และสวัสดิการค่าตอบแทนบุคลากร ซึ่งสุดท้ายหากไม่แก้ไข จะส่งผลเสียต่อคุณภาพการบริการประชาชน”นพ.สมบัติ กล่าว  

เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึก ทั้ง 2 ชมรม ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ดังนี้ 

1.ปรับลดสัดส่วนการหักงบบุคลากร (ค่าแรง) จากงบเหมาจ่ายรายหัว ปัจจุบันมีการหักค่าแรงในสัดส่วนที่สูงเกินไป ส่งผลให้ รพ.หลายแห่งเหลืองบดำเนินการเพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยจริงไม่เพียงพอ จึงขอให้มีการลดสัดส่วนการหักค่าแรง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้หน่วยบริการสามารถนำไปใช้ในการจัดหาเวชภัณฑ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น

2.การจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนต้นทุนจริง จากการวิเคราะห์พบว่า ต้นทุนการรักษาผู้ป่วยใน (IPD) ตามจริงอยู่ที่ประมาณ 13,000- 15,000 บาทต่อหน่วย(AdjRW)  ขอเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณางบ ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง เสนอให้จ่ายชดเชยเริ่มต้นที่ 13,000 บาทต่อหน่วย และควรเป็นการจ่ายตามปริมาณการรับบริการจริง ไม่ควรเป็นระบบปลายปิดที่ลดทอนงบ ลงเมื่อวงเงินงบประมาณรวมหมด

3.การจัดลำดับความสำคัญของกองทุน และการบริหารงบส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค(PP) ชมรม พบว่ามีการเพิ่มงบประมาณให้กับกิจกรรมที่มีความจำเป็นน้อยกว่า เช่น การรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยแบบปลายเปิด มีข้อเสนอแนวทางปรับปรุง ดังนี้

  • จำกัด และควบคุม : ปรับลดงบประมาณในกิจกรรมที่มีความจำเป็นต่ำ และควบคุมปริมาณการใช้งานในส่วนการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยอย่างจริงจัง
  • ปฏิรูปงบ PP : นำร่องการบริหารจัดการงบส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ในภาพรวมรายหัวโดยส่งตรงให้เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ และยกเลิกรายการเบิกจ่ายย่อย (PPFS) เพื่อลดภาระงานด้านเอกสารของบุคลากร และเปลี่ยนมาใช้การประเมินที่ “ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ” ของประชาชนแทน

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์