วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘หอยสาละวิน’ ปนเปื้อนสารหนู-ตะกั่ว สธ.เตือนเลี่ยงบริโภค

‘หอยสาละวิน’ ปนเปื้อนสารหนู-ตะกั่ว สธ.เตือนเลี่ยงบริโภค

“หอยสาละวิน” พบการปนเปื้อนโลหะหนัก สอดคล้องข้อมูลตรวจคุณภาพน้ำในบางช่วงของแม่น้ำสาละวินที่พบสารหนูสูงกว่าค่ามาตรฐานในบางจุด สธ. แนะประชาชนเลี่ยงบริโภค ชั่วคราว

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยสาละวินเป็นการชั่วคราว ภายหลังมีผลการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานวิจัยในพื้นที่พบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วในตัวอย่างหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุด ซึ่งมีค่ามากกว่ามาตรฐานที่กำหนด

“กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง สื่อสารสร้างความรอบรู้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถเลือกบริโภคและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม”นายพัฒนากล่าว 

นพ.สมฤกษ์ จีงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า หอย ซึ่งเป็นสัตว์หน้าดินมีแนวโน้มสะสมสารโลหะหนักจากตะกอนและแหล่งน้ำได้สูงกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น สอดคล้องกับข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำในบางช่วงของแม่น้ำสาละวินที่พบสารหนูสูงกว่าค่ามาตรฐานในบางจุด

 ทั้งนี้ เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำดื่มของประเทศไทย และแนวทางขององค์การอนามัยโลก กำหนดให้สารหนูในน้ำไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อบริโภคในระยะยาว โดยค่าที่ตรวจพบในแหล่งน้ำธรรมชาติบางจุดของแม่น้ำสาละวิน สูงกว่าค่าดังกล่าว จึงอาจส่งผลให้สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอยที่อาศัยบริเวณพื้นท้องน้ำ มีการสะสมสารดังกล่าวมาก

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขอให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ที่มีรายงานการปนเปื้อนเป็นการชั่วคราว หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำบริเวณหน้าดินหรือพื้นที่เสี่ยง รวมถึงอาหารที่มาจากแหล่งน้ำผิวดินที่อาจมีการสะสมของสารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำโดยตรง

"ระบบน้ำประปาหมู่บ้านและน้ำประปาภูเขาในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีการควบคุมคุณภาพและผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน จึงสามารถใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย"พญ.อัมพรกล่าว