“เทศบาลบะยาว” ใช้งบ กปท. ลุยแก้ฝุ่น PM2.5 ยกระดับ “ศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่” สู่ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ลดภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ
นายพันคำ อินไชยา นายกเทศมนตรีตำบลบะยาว อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงการดำเนินงาน “ห้องปลอดฝุ่น ป้องกันฝุ่น PM2.5” ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพื้นที่ตำบลบะยาว ซึ่งดำเนินการภายใต้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ว่า พื้นที่ตำบลบะยาวเผชิญสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในระดับวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี
ในปี 2569 มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าปีก่อน และมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นระยะเวลานาน โดยกว่าร้อยละ 80 ของสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรมและการเผาป่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งอาการระคายเคืองตา คัดจมูก ไอ หอบหืด และปอดอักเสบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เด็กเล็กปลอดภัย! กทม. เร่งขยาย 'ห้องเรียนปลอดฝุ่น' ครบ 100% ในปีนี้ รับมือ PM2.5
ทั้งนี้ เพื่อดูแลและปกป้องกลุ่มเด็กเล็กซึ่งเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ เทศบาลตำบลบะยาวจึงเร่งดำเนินมาตรการลดผลกระทบด้านสุขภาพ โดยใช้งบกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) เป็นกลไกสำคัญ เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ที่มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน ผู้สูงอายุ ครู และนักเรียน เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก และในปี 2569 นี้ ทางเทศบาลฯ จึงได้ขยายผลสู่โครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 7 แห่ง มีเด็กในความดูแลรวม 173 คน เพื่อให้เด็กได้รับอากาศที่สะอาดและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ
สำหรับการดำเนินงานในระยะเริ่มต้น เทศบาลได้จัดซื้อเครื่องฟอกอากาศติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง พร้อมตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ระบบห้องเรียนแบบปิดที่สมบูรณ์ 100% โดยปรับปรุงโครงสร้างห้องให้มิดชิด ติดตั้งระบบฟอกอากาศอย่างครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบางศูนย์ยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์บางส่วน แต่มีแผนพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ครบถ้วนในอนาคต
"ห้องเรียนปลอดฝุ่น' แก้ไขปัญหาเด็กเล็กรับ PM 2.5
นายพันคำ กล่าวว่า เทศบาลมีความพร้อมในการจัดทำโครงการผ่านกองทุน กปท. เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาเร่งด่วน เนื่องจากเด็กคือรากฐานสำคัญของสังคม การดูแลสุขภาพและพัฒนาศักยภาพเด็กจึงเป็นภารกิจหลัก โดยเทศบาลตำบลบะยาวมุ่งเป็นพื้นที่นำร่องในการสร้างมาตรฐาน “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กในชุมชน
ทั้งนี้ การดำเนินงานเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข ผู้นำชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) คณะครู และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ และการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ปกครอง ซึ่งสะท้อนว่าเด็ก ๆ มีสุขภาพดีขึ้น ในระยะต่อไปตั้งเป้าพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งให้มีระบบป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างครบถ้วน เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง” นายกเทศมนตรีตำบลบะยาว กล่าว
พร้อมระบุเพิ่มเติมด้วยว่า โครงการที่ทางเทศบาลดำเนินการข้างต้นนี้ ไม่เพียงเป็นการส่งเสริมความรู้ในการดูแลตนเองจากมลพิษทางอากาศให้แก่เด็กและผู้ปกครองเท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการจัดการความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 และมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ พัฒนาการสมวัย และการเรียนรู้ของเด็กๆ ในระยะยาว


