ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ของประเทศไทย มีแหล่ง "น้ำพุร้อน" กระจายอยู่ประมาณ 118 แห่ง ถือเป็นศักยภาพที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่น จึงมีแผนที่จะพัฒนาและยกระดับให้เป็น “แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”ที่เป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก
เพราะไม่เพียงแต่การได้เข้ามาพักผ่อนกายใจท่ามกลางทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ในน้ำพุร้อนยังมีแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมสุขภาพหรือบำบัดโรคในบางอาการได้ ซึ่งแต่ละประเภทแต่ละแห่งของน้ำพุร้อน จะมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอุณหภูมิน้ำ และแร่ธาตุสำคัญ
ประเภทของน้ำพุร้อน
หากจำแนกน้ำพุร้อนตามส่วนประกอบทางเคมี และประโยชน์จากการอาบน้ำพุร้อน แบ่งได้เป็น 8 ประเภท ได้แก่
1.น้ำพุร้อนทั่วไป (Simple Hot Springs)
2.น้ำพุร้อนคาร์บอเนต (Carbonate Hot Springs)
3.น้ำพุร้อนดินคาร์บอนหนัก ( Heavy Carbon Soil Hot Springs)
4.น้ำพุร้อนเกลือ ( Saline Hot Springs)
5.น้ำพุร้อนเกลือโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต ( Saline Sodium Hydrogen Carbonate Hot Springs)
6.น้ำพุร้อนซัลเฟตธรรมชาติ (Mirabilite Hot Springs)
7.น้ำพุร้อนซัลเฟตธรรมชาติโซเดียมคลอไรด์ (Mirabilite Sodium Chloride Hot Springs)
8.น้ำพุร้อนยิปซัม (Gypsum Hot Springs)
น้ำพุร้อนไทยกับการบำบัด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระบุถึงข้อมูลประสิทธิภาพน้ำพุร้อนไทย สู่การบำบัดทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนไทยว่า
- น้ำพุร้อนกำมะถัน ช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกลยผิว
- น้ำพุร้อนเกลือ บรรเทาอาการปวดและสร้างความอบอุ่น
- น้ำพุร้อนโซเดียมซัลเฟต ช่วยส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิต
- น้ำพุร้อนโซเดียมไบคาร์บอเนต ช่วยบำรุงผิวพรรณ
ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยการใช้น้ำพุร้อนบำบัดโรค (ข้อควรระวังที่จะต้องปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว) อาทิ
- ระบบกล้ามเนื้อและข้อ ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่แช่น้ำอุณหภูมิ 37-39 องศาเซลเซียส มีอาการปวดลดลง การใช้งานข้อเข่าดีขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวดได้จริง
- ระบบผิวหนัง ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินและผู้มีปัญหาผิวหนังมีระดับความรุนแรงของโรคลดลง และรอยแผลที่ผิวหนังดีขึ้นอย่างชัดเจน
- ระบบหลอดเลือดและหัวใจ การอาบน้ำพุร้อนเป็นประจำในผู้สูงอายุ ช่วยลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตได้
น้ำพุร้อนสันกำแพง สู่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์
ตัวอย่างแหล่งน้ำพุร้อนที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันในประเทศไทย อาทิ “น้ำพุร้อนสันกำแพง” อ.แม่ออน ตามแนวพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ศาสตร์แห่งธาราบำบัด ฟื้นฟูสุขภาพด้วยน้ำแร่ธรรมชาติระดับสากล โดยคุณภาพน้ำแร่ที่นี่ อุณหภูมิจากแหล่งกำเนิดสูงถึง 105 องศาเซลเซียส
อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีโยชน์ต่อร่างกายที่สำคัญ เช่น สังกะสี ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทองแดง กระชับผิวหนังและเส้นใยคอลลาเจน แมงกานีสมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการของเอนไซม์ในร่างกาย และแมกนีเซียม ต้านความเหนื่อยล้าของผิว
ล่าสุด มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำพุร้อนสันกำแพง, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพื่อยกระดับกิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน ตามพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ให้เป็นต้นแบบเวลเนสน้ำพุร้อนแห่งชาติ และสร้างอาชีพรายได้ให้แก่ชุมชน
กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะเข้าไปปพัฒนาและอบรมบุคลากรในพื้นที่ภายใต้หลักสูตร “นวดไทยโพธิ์–ล้านนา” 450 ชั่วโมง ให้มีทักษะอาชีพขั้นสูง สามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่นตนเองและกำหนดเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ (Thermal Wellness Standard) ให้ทัดเทียมระดับโลก
ขณะที่ องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ และนวัตกรรม มุ่งเน้นการวิจัยน้ำแร่ และสมุนไพรท้องถิ่น พัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้แบรนด์ "SANN by GPO" (Natural Mineral Therapy) และน้ำแร่ดื่มเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2569
พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมการผลิตตามมาตรฐานสากล การขึ้นทะเบียน และการจัดจําหน่าย โดยได้พัฒนาแบรนด์สกินแคร์ SANN by GPO ภายใต้แนวคิด Natural Mineral Therapy ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผมจากน้ำแร่ เช่น แชมพู ครีมนวด สบู่อาบน้ำ และสบู่ก้อน
พร้อมทั้งพัฒนา ระบบผลิตน้ำแร่สำหรับดื่ม เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ คือ การใช้น้ำแร่ธรรมชาติจากน้ำพุร้อนสันกําแพง เป็นส่วนผสมหลัก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบในพื้นที่
น้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม 1 ใน 5 ของโลก
น้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม จ.กระบี่ เป็น 1 ใน 5 แห่งของโลก โดยอีก 4 แห่งอยู่ที่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น อิตาลี และมาเลเซีย คุณค่าทางการแพทย์ แหล่งพุน้ำร้อนเค็มคลองท่อม มีแร่ธาตุหลักละลายอยู่ในสารละลายน้ำพุร้อน ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์และแร่ธาตุอื่น ๆ อย่าง ซิลิกา โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์บอเนต ในปริมาณที่สูงค่ามาตรฐานทั่วไป มีคุณสมบัติช่วยเรื่องการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดความดันโลหิต ลดการ อักเสบของข้อ เบาหวาน นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นระบบประสาท การย่อย และโรคทางผิวหนัง
การแช่น้ำพุร้อนนั้น มีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนี้ ประโยชน์ต่อร่างกาย ในการแช่น้ำแร่ จะมีแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเราหลายชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม แร่ธาตุ 2 ตัวนี้จะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดดำ การอักเสบในหลอดลม อาการปวดตาม ข้อ และยังช่วยทำให้กระดูกมีความแข็งแรงอีกด้วย
ส่วนของโซเดียม โพแทสเซียม คลอรีน แร่ธาตุ 3 ตัวนี้ จะช่วยรักษาสมดุลของน้ำภายในและภายนอกเซลล์ให้อยู่ในภาวะที่สมดุลเหมาะสม ซึ่งร่างกายอาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ถ้าของน้ำภายในและนอกเซลล์นั้นเสียสมดุลไป
และส่วนของซัลเฟอร์ จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของข้อต่อ ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อ และยังช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ของกระดูกสันหลังได้
โดยสรุปคือ 1) ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กระชุ่มกระชวย ลดความเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ
2) เสริมสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
3) บรรเทาอาการปวดเมื่อยของ
4) ช่วยบรรเทาอาการไขข้อกระดูกเสื่อม
5) ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
6) ช่วยให้การดูดซึมและแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายดีขึ้น
7) ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้นและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
8) มีแร่ธาตุบำรุงผิวพรรณเนียนสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
9) ทำให้ผิวหนังสะอาดช่วยรักษาโรคผิวหนัง
10) ความร้อนของน้ำจะทำให้เหงื่อออก ช่วยขับสิ่งอุดตันใต้ผิวหนัง
11) ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากการฟก ช้ำ ให้หายเร็วขึ้น
12) ช่วยบำบัดรักษาความเสื่อมของผิวหนังวัยชรา
โทษต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตาม อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากการอาบหรือแช่น้ำพุร้อน หรือน้ำที่อุ่นจัด - ร้อนจัด จากข้อมูลในเชิงการแพทย์ ระบุไว้ว่า เกิดจากความร้อนภายในร่างกายเกิดการสะสมอย่างรวดเร็ว จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน และทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
จนส่งผลให้เส้นเลือดขยายทั้งตัว ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญ ๆ น้อยลง จนเกิดภาวะล้มเหลวและเสียชีวิต และก็อาจเป็นโรคลมแดด หรือ “ฮีทสโตรก (Heat Stroke)" หรือภาวะอุณหภูมิระดับความร้อนในร่างกายสูงขึ้นร่วมด้วย
ผู้เสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรตรวจเช็กความดันโลหิตทุกครั้งก่อนแช่น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อน หากพบว่ามีความดันโลหิตสูง ไม่ควรแช่น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นจัด และแม้แต่ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว ก็มีคำแนะนำ คือ ก่อนแช่น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อน 15 - 20 นาที ควรดื่มน้ำ 2 แก้ว และควรจะดื่มน้ำเพิ่มเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 15 นาทีด้วยเพื่อให้ร่างกายมีปริมาณน้ำที่เพียงพอ
รักษะวาริน จ.ระนอง
บ่อน้ำร้อนที่บริเวณสวนสาธารณะรักษะวาริน จ.ระนอง บ่อน้ำแร่ ร้อนที่เกิดเองตามธรรมชาติปัจจุบันน้ำพุร้อนได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตน้ำดื่ม ส่งออกจำหน่ายไปทั่วประเทศ ด้วยคุณภาพทางโภชนาการที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมาก โดยประกอบไปด้วยแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โซเดียม คลอไรด์ ไบคาร์บอเนต ซัลเฟต ไนเตรต และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ได้การรับรองคุณภาพ และยังถูกนำไปใช้ในธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ
น้ำพุร้อนธรรมชาติของระนอง โดยปกติมีอุณหภูมิประมาณ 42 องศาเซลเซียส หากแช่ประมาณ 8-10 นาที จะทำให้โลหิตในร่างกายหมุนเวียนได้ทั่วถึง และทำความสะอาดผิวหนังให้ปราศจากโรค รวมทั้งทำให้ผิวพรรณสดใส นอกจากนั้นความร้อนของน้ำแร่จะทำให้เหงื่อออกมาช่วยขับสิ่งอุดตันใต้ผิวหนังด้วย
พัฒนาโปรแกรมส่งเสริม-ฟื้นฟูสุขภาพ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การขับเคลื่อนให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติ ซึ่งน้ำพุร้อนในประเทศไทยมีหลายแห่งแต่ละแห่งจะโดดเด่นแตกต่างกัน แร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ อุณหภูมิก็แตกต่างกัน ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีแนวทางจะไปต่อยอด เพื่อให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืน
“ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนหลายๆ จุด เพื่อเข้าไปดูสารสำคัญต่างๆในน้ำพุร้อนและได้ประสานกับญี่ปุ่นเก็บตัวอย่างว่า มีสารอะไรอยู่ในน้ำ ซึ่งอาจมีการเทียบเคียงดูว่า เรื่องผิวพรรณ การดูแลสุขภาพ สามารถนำมาใช้ให้เป็นมาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติสู่การผลักดันการท่องเที่ยวต่อไป”นายพัฒนากล่าว
“
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะเข้าไปร่วมดำเนินการ คือ การจัดทำ “โปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพ” พิจารณาจากการออกแบบโปรแกรมสุขภาพที่มีโครงสร้างชัดเจน และเหมาะสมกับผู้ใช้บริการ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน และการฟื้นฟูสุขภาพ หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับหลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ได้แก่
1. วารีบำบัดและการส่งเสริมสุขภาพทางกาย (Hydrotherapy & Physical Wellness) เช่น การแช่น้ำพุร้อน การฟื้นฟูร่างกาย
2.บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อการบำบัดรักษา (Thai Therapeutic Services) เช่น นวดไทย การประคบ หัตถการที่ใช้จริงในพื้นที่
3.การบูรณาการสมุนไพร (Herbal Integration) เช่น สมุนไพร อบไอน้ำสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ สมุนไพร
4. การส่งเสริมสุขภาพและความรอบรู้านสุขภาพ (Health Promotion & Literacy) เช่น การให้คำแนะนำ โปรแกรมดูแลสุขภาพ
อ้างอิง :
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
แนวทางการบริหารจัดการแหล่งมรดกธรณี พุน้ำร้อนเค็มคลองท่อม จังหวัดกระบี่ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4





