รพ.นพรัตนราชธานี ยกระดับการรักษา เตรียมจัดโครงการนำร่อง ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์รักษามะเร็งต่อมลูกหมากฟรี สำหรับสิทธิเบิกจ่ายตรง ก่อนเก็ยข้อมูลเสนอขยายผลสู่ทุกสิทธิการรักษาในอนาคต
นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่โรงพยาบาลนพรัตนฯประสบความสำเร็จในการผ่าตัดหุ่นยนต์ทางไกลในผู้ป่วยจริง เพื่อรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว หลังจากนี้จะเดินหน้าจัดโครงการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้ดำเนินการวิเคราะห์ต้นทุนและตัดสินใจ จัดทำโครงการนำร่องสำหรับผู้ที่มีสิทธิเบิกจ่ายตรง เช่น ข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้สามารถเข้ารับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากสิทธิพื้นฐาน
“โครงการนี้จะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ที่มักจะเกิดขึ้นในการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยปกติแล้วค่าใช้จ่ายที่เกินจากสิทธิมักจะเป็นค่าห้องพักที่มีหลายระดับ หรือค่ายาบางประเภทที่ไม่ครอบคลุมในสิทธิการรักษาปกติ แต่ในโครงการนี้ทางโรงพยาบาลจะไม่เก็บค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไข้เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยที่สุดได้โดยไม่มีภาระทางการเงินมาเป็นอุปสรรค”นพ.ปิยวัฒน์กล่าว
นพ.ปิยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันรพ.นพรัตนราชธานี มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแล้วถึง 9 ท่านครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งศัลยศาสตร์ลำไส้ ศัลยศาสตร์กระเพาะอาหาร และล่าสุดได้ขยายไปยังด้านมะเร็งนรีเวช เช่น การผ่าตัดมะเร็งมดลูก สำหรับศักยภาพในการให้บริการนั้น
เนื่องจากเครื่องมือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ต้องใช้กระบวนการฆ่าเชื้อ (Sterilization) ที่เข้มงวดและใช้เวลานานประมาณ 3-4 ชั่วโมงหลังการใช้งานแต่ละครั้ง ทำให้ขณะนี้สามารถบริหารจัดการการผ่าตัดได้วันละ 1 ราย โดยทีมแพทย์ทั้ง 9 ท่านจะสลับหมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เครื่องหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ทุกวันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทิศทางในอนาคต รพ.นพรัตนฯมีเป้าหมายที่จะขยายบริการนี้ไปสู่โรคอื่นๆ เพิ่มเติม และตั้งเป้าที่จะครอบคลุมคนไข้ในสิทธิประกันสังคมและสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ด้วยเช่นกัน โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการเก็บข้อมูลเชิงสถิติจากการรักษาจริง เพื่อนำเสนอข้อมูลเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของสิทธิการรักษาต่างๆ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ จะทำให้อัตราการเข้าถึงการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีสูงของคนไทยเพิ่มมากขึ้นและลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคนไข้ลงได้อย่างยั่งยืน
“การพัฒนานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสาธารณสุขที่โรงพยาบาลในเครือข่าย เช่น โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลสงฆ์ ก็เตรียมจะนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาให้บริการในลักษณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศต่อไป”นพ.ปิยวัฒน์กล่าว





