ก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ในการยกระดับการรักษาไร้พรมแดน เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลก โดยการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทางไกลกรณีแรกของประเทศไทย เป็นผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่เข้ารับการรักษาที่รพ.นพรัตนราชธานี ประเทศไทย ขณะที่ศัลยแพทย์ของรพ.นพรัตนฯควบคุมหุ่นยนต์ผ่าตัดจาก West China Hospital เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบสื่อสารความเร็วสูงแบบเรียลไทม์ เป็นการผ่าตัดถุงน้ำดีด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-Assisted Cholecystectomy) ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
ผ่าตัดข้ามประเทศระยะห่าง 2,000 กม.
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การผ่าตัดทางไกลในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีครั้งนี้ ประสบความสำเร็จได้จากความร่วมมือของทีมศัลยแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ นำโดยนายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยมีแพทย์หญิงภัทราภรณ์ เพชรโพธิ์ศรี ทำหน้าที่ศัลยแพทย์ควบคุมการผ่าตัดจาก West China Hospital สาธารณรัฐประชาชนจีน และแพทย์หญิงนรพร สุนทรฉาย เป็นศัลยแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดประจำข้างเตียง ณ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ประเทศไทย ระยะทางห่างกันกว่า 2,000 กิโลเมตร
ทว่า แพทย์สามารถทำการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดอยู่ที่รพ.นพรัตนฯ เพราะใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความหน่วงอยู่ที่ระดับเพียง 0.18 มิลลิวินาทีเท่านั้น ทำให้ไม่รู้สึกถึงการดีเลย์ แพทย์จึงสั่งการได้แบบเรียลไทม์
“เทคโนโลยีการผ่าตัดทางไกลยังมีศักยภาพในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในกรุงเทพฯ สามารถช่วยผ่าตัดคนไข้ที่อยู่ในต่างจังหวัดได้แบบที่แพทย์ไม่ต้องไปในพื้นที่ และสามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือทางการแพทย์ระดับนานาชาติในอนาคตได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอาจช่วยผ่าตัดให้คนไข้ในประเทศไทยได้”นพ.ณัฐพงศ์กล่าว
ขยายบริการ-สิทธิเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การผ่าตัดจะใช้วิธีการผ่าเปิดหน้าท้อง ผ่าส่องกล้อง หรือผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์อยู่ที่แพทย์และคนไข้ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่คนไข้จะเลือกวิธีการที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิโดยการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นั้น ขณะนี้ในสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ครอบคลุม 3 โรค ได้แก่ ลำไส้ ตับและท่อน้ำดี และต่อมลูกหมาก อนาคตกรมจะมีการเสนอปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น โรคทางนรีเวช เป็นต้น
ปัจจุบัน รพ.สังกัดสธ.ที่มีการให้บริการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์แล้ว ประกอบด้วย รพ.ราชวิถี ,รพ.นพรัตนราชธานี และรพ.มหาราชนครราชสีมา และที่มีการจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์แล้วเตรียมจะเปิดให้บริการเพิ่มเติมได้ ได้แก่ รพ.ราชวิถีเพิ่มอีก 1 ตัว รพ.สงฆ์ รพ.เลิดสิน สถาบันโรคทรวงอกและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ส่วนอนาคตจะมีการขยายไปยังโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดทางไกลยังมีเฉพาะที่รพ.นพรัตนฯ เนื่องจากเครื่องจะต้องมีการติดตั้งเครื่องควบคุมทางไกลเพิ่มเติม และเครื่องควบคุมปลายทางกับต้นทางจะต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน
ลดความเมื่อยล้าแพทย์ผ่าตัด
ด้านนพ.นันทวัฒน์ ศิริธานันท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รพ.นพรัตนฯ กล่าวว่า ความรู้สึกของแพทย์ในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ขณะแพทย์อยู่ที่รพ.นพรัตนฯและอยู่ที่รพ.ในเมืองเฉิงตูนั้นไม่ต่างกัน เพราะความเร็วของอินเตอร์เน็ตไม่รู้สึกถึงการดีเลย์
ทั้งนี้ การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีข้อดีกว่าการส่องกล้องในบางหัตการที่ยากมากๆ เช่น ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ นั้น การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดทำได้ดีกว่าการส่องกล้องเนื่องจากตัวกล้องหุ่นยนต์มีกำลังขยายได้มากกว่า เป็น 3 มิติ จึงเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน สามารถเก็บรายละเอียดและลดผลข้างเคียงของการผ่าตัดได้มาก
“การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดทำได้ทุกโรค แต่ความคุ้มค่าไม่เท่ากัน ฉะนั้นจะเลือกทำในกรณีที่คุ้มค่ามากกว่า เป็นเคสที่ค่อนข้างยาก มีความซับซ้อน เพราะจะมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”นพ.นันทวัฒน์กล่าว
สำหรับข้อดีของศัลยแพทย์ในการใช้หุ่นยนต์นั้น ทำให้แพทย์สามารถนั่งผ่าตัดได้ ไม่ต้องยืนผ่าตัดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ความเมื่อยล้าน้อยลงและผ่อนคลายมากขึ้น จะส่งผลต่อการผ่าตัดที่ดีขึ้นด้วย อีกทั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้แพทย์ 1 คน ผ่าตัดต่อเนื่องเป็น 14 ชั่วโมง เพราะเมื่อใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำให้ศัลยแพทย์หลายคนเข้ามาช่วยผ่าตัดคนไข้ได้ โดยอาจจะใช้ศัลยแพทย์ 3 คนแต่ละคนใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง เป็นต้น
จัดตั้งศูนย์ผ่าตัดหุ่นยนต์ในภูมิภาค
ขณะที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ความสำคัญกับยกระดับการบริการทางการแพทย์ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Robotic Surgery เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดการรอคอยรักษา โดยสธ.มีนโยบายในระยะต่อไป คือ
- จัดตั้งศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในสังกัดสธ.ให้ได้อย่างน้อย 10 แห่งทั่วประเทศ
- ให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 2,000 รายต่อปี
- พัฒนาระบบส่งต่อไร้รอยต่อ
- ขยายองค์ความรู้สู่จังหวัดพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
- การกระจายบริการไปสู่ภูมิภาค จะทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างครบถ้วน และอยู่ในต้นทุนที่ควบคุมได้
“เชื่อมั่นว่าการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทางไกล จะเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ด้านการแพทย์มูลค่าสูงของประเทศ จะช่วยให้ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ในระดับนานาชาติได้ ซึ่งกรมการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุขให้การยืนยันและคำมั่นต่อประชาชนว่าจะไม่หยุดนิ่ง จะนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาไม่เพียงรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่จะสร้างองค์ความรู้ให้เป็นของตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว”นายพัฒนากล่าว

