วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

ฝุ่น PM 2.5 กระตุ้น ‘ไมเกรนกำเริบหนัก’ งานวิจัยแพทย์ มช.ชี้ชัด

ฝุ่น PM 2.5 กระตุ้น ‘ไมเกรนกำเริบหนัก’  งานวิจัยแพทย์ มช.ชี้ชัด

ทีมอาจารย์แพทย์ มช. เผยผลวิจัย ฝุ่น PM2.5 กระตุ้น ‘ไมเกรนกำเริบหนัก’ เตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติ ปวดศีรษะไมเกรน ให้เพิ่มความระมัดระวัง

หลายคนอาจเข้าใจว่า ผลกระทบของมลพิษฝุ่น PM 2.5 เป็นอันตรายต่อร่างกายในระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ยังส่งผลต่อระบบอื่นๆด้วย 

ล่าสุด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) เผยแพร่งานวิจัย เรื่อง “ผลกระทบของมลพิษทางอากาศ PM2.5 ต่ออาการไมเกรนในภาคเหนือของประเทศไทย: การศึกษาเปรียบเทียบเบื้องต้นระหว่างช่วงที่มีมลพิษสูงและช่วงที่มลพิษต่ำ” ของทีมอาจารย์แพทย์ มช. ประกอบด้วย  อ.นพ.นพดนัย ศิริมหาราช ,ผศ.นพ.กิตติ เทียนขาว และผศ.นพ.ชุติเทพ ทีมพุฒิ อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

รศ.นพ.กลวิชย์ ตรองตระกูล อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และดร.กภ.วราวุฒิ ไชยวงค์ นักกายภาพบำบัดประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

ช่วงฝุ่นสูง ผู้ป่วยไมเกรนอย่ามองข้ามอาการปวดศีรษะ

ข้อมูลจากงานวิจัย พบว่า ในช่วงเดือนที่มีมลพิษทางอากาศสูง ผู้ป่วยไมเกรนมีแนวโน้ม ปวดศีรษะถี่ขึ้น และมีอาการรุนแรงมากกว่าช่วงที่คุณภาพอากาศดีกว่า อีกทั้งยังพบว่ามีการใช้ยาและการเข้ารับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ทีมอาจารย์แพทย์ ระบุว่า ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อระบบทางเดินหายใจหรือโรคภูมิแพ้เท่านั้น แต่ยังอาจมีผลต่อระบบประสาทและเป็นหนึ่งใน “ปัจจัยกระตุ้น” ของอาการไมเกรน โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติปวดศีรษะอยู่เดิม ซึ่งเมื่อเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นอื่นร่วมด้วย เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อากาศร้อน หรือกลิ่นควัน ก็อาจทำให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้น

ฝุ่น PM 2.5 กระตุ้น ‘ไมเกรนกำเริบหนัก’  งานวิจัยแพทย์ มช.ชี้ชัด

แนะนำให้ผู้ที่มีอาการไมเกรนควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาการในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง หากพบว่าเริ่มมีอาการปวดถี่ขึ้น ปวดนานขึ้น หรือยาเดิมควบคุมอาการได้ไม่ดี ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินและปรับแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ประชาชนควร ติดตามค่าฝุ่น PM2.5 อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่คุณภาพอากาศไม่ดี และหากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวม หน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน N95 หรือเทียบเท่า เพื่อลดการรับสัมผัสฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย

ลดปัจจัยเสี่ยงร่วม ลดโอกาสไมเกรนกำเริบ

ทีมอาจารย์แพทย์ยังแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยไมเกรน ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดในช่วงวิกฤตฝุ่นควัน ด้วยการ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงความเครียด และไม่ปล่อยให้อดอาหารหรืออดนอน เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจเสริมให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษสูง

หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ ปวดมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หรือมีอาการร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ตามัว คลื่นไส้อาเจียนมาก หรือซึมลง ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาจไม่ใช่อาการไมเกรนทั่วไปและอาจเป็นสัญญาณของภาวะทางสมองที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

ทีมอาจารย์แพทย์ มช. ย้ำว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นภัยสุขภาพที่กระทบได้หลายระบบในร่างกาย ไม่เฉพาะปอดหรือหัวใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรคทางระบบประสาทอย่างไมเกรนด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และดูแลตนเองอย่างเหมาะสมในช่วงที่มลพิษยังอยู่ในระดับน่ากังวล