วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดลิสต์ ‘คำผิดกฎหมาย’ รพ.-คลินิกห้ามใช้โฆษณา (ฉบับปี 2569)

เปิดลิสต์ ‘คำผิดกฎหมาย’ รพ.-คลินิกห้ามใช้โฆษณา (ฉบับปี 2569)

กรมสบส.อัปเดต ‘คำผิดกฎหมาย’ รพ.-คลินิกห้ามใช้โฆษณา (ฉบับปี 2569) ฝ่าฝืนเจอโทษปรับ-จำคุก-สั่งหยุดรพ.-คลินิกชั่วคราว  เตรียมพิจารณาระเบียบตั้ง “รางวัลนำจับ” ให้ประชาชนช่วยเฝ้าระวัง

พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541  กำหนดสถานพยาบาลเอกชนมี 2  ประเภท คือ สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน(รพ.)และสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน(คลินิก)

มาตรา 38 กำหนดไว้ว่า หากสถานพยาบาลโฆษณาหรือประกาศใดๆเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล นอกจากชื่อและที่ตั้ง “ต้องได้รับอนุญาต” และโฆษณาที่ชักชวนให้รับบริการด้วยข้อความ เสียง หรือภาพที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด “กระทำมิได้”

ที่ผ่านมา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ได้ออก “แนวทางข้อความการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล” โดยแบ่งเป็นคำที่สามารถโฆษณาได้ และไม่สามารถโฆษณาได้ เพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตามกฎหมายของสถานพยาบาล และล่าสุด ได้ออก ฉบับอัปเดต ปี2569  สามารถเข้ตรวจสอบ ได้ผ่านทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือทางเพจเฟชบุ๊ก “การโฆษณาสถานพยาบาล สบส.”  โดยตัวอย่างคำหรือประกาศที่ไม่สามารถโฆษณาได้

  • กรณีคำที่มีลักษณะโอ้อวดเกินความจริง เช่น เก่งที่สุด  ,กูรู,การผ่าตัดขั้นสูง ,การันตีด้วยรางวัล ,การโฆษณาเปรียบเทียบวิธีการกับคลินิกอื่น, แก้จมูก/แก้จมูกมาจากที่อื่น  ,กำเนิดเซลล์ผิวใหม่ ,การจบปัญหาสิวที่ต้นตอ ,ขาวทั่วเรือนร่าง ,คิวทอง ,คลินิกที่ดาราและเซเลบริตี้ชั้นนำไว้วางใจ ,ครบ....จบที่.... เป็นต้น
  • กรณีไม่เหมาะสม เช่น  การแสดงภาพ หรือ หัตถการที่นำเข็มเป็นจำนวนมากบนใบหน้าหรือบริเวณอื่นๆของผู้รับบริการ ,กีหลวม/กีฟิต  เป็นต้น
  • กรณีก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล เช่น  คอสเมติก เชอร์เจอรี่ (แพทยสภายังไม่รับรองศาสตร์นี้) ,ความเร็วแสง ,ฤกษ์ผ่าตัด  เป็นต้น

ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อความที่ผ่านการพิจารณาแล้วว่า ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จะนำมาใส่ไว้ในคู่มือแนวทางฉบับนี้ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึง สถานพยาบาลได้รู้ไม่ใช้คำเหล่านี้แฝงไปกับการโฆษณา

เพราะหากมีการใช้คำหรือข้อความที่ห้ามใช้  จะมีความผิดตามกฎหมาย เข้าข่ายการโฆษณาโดยไม่ได้ขออนุมัติ จะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หากโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ใช้ข้อความเป็นเท็จ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

“การโฆษณาบางอย่างที่โอ้อวดเกินจริง และก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านศีลธรรมอย่างรุนแรง อาจพิจารณาโทษปรับ หรือหยุดสถานพยาบาลนั้นชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขก่อน อาจจะ 15 วัน แล้วแต่กรณี”ทพ.อาคมกล่าว   

ทพ.อาคม กล่าวด้วยว่า  หากกระทำความผิดซ้ำๆ จะเรียงลำดับความผิด โดยผิดครั้งแรกจะปรับที่ 25% ของโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท หากมีครั้งทuj 2 จะปรับเป็น 50% และครั้งที่ 3 เป็น 75% ส่วนครั้งที่ 4 จะส่งฟ้องพนักงานสอบสวนให้เป็นผู้ต้องหา เพราะทำผิดซ้ำซาก แต่ยังไม่ต้องปิดสถานพยาบาล โดยต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ และถูกปรับในชั้นพนักงานสอบสวน ส่วนความผิดจะพิจารณาเป็นรายช่องทาง ไม่ใช่จำนวนการโพสต์ แต่หากยังพบการกระทำความผิดเรื่อยๆ ในอนาคตอาจปรับเปลี่ยนการปรับเป็นกรรม เป็นจำนวนคำต้องห้ามที่มีการโพสต์ก็เป็นได้

“หากพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพ หรือบุคคลนั้นๆ เช่น เป็นแพทย์แต่ไปโฆษณาลักษณะส่วนบุคคล ทางสบส.จะส่งให้สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องดำเนินการตั้งแต่ความผิดครั้งแรก แต่ต้องปรากฎว่าเป็นวิชาชีพดำเนินการ” ทพ.อาคมกล่าว

นอกจากนี้ กรมสบส.อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องรางวัลนำจับ ซึ่งสบส.มีระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินรางวัล ที่มีการดำเนินการในเรื่องอื่นๆมาก่อนแล้ว จึงกำลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีของสบส.  และต้องหารือร่วมกับทางกรมบัญชีกลาง ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา