สปสช.พร้อมนำผลศึกษา “ต้นทุนรพ.รับ” ของทีดีอาร์ไอ เข้าอนุบอร์ดสปสช.พิจารณาก่อนชงบอร์ดใหญ่ ห่วงปรับอัตราจ่ายผู้ป่วยในแตะ13,000 บาทดันงบประมาณเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านบาท
จากผลการศึกษา เรื่อง “การสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายแนวทางการจัดสรรงบประมาณ โดยใช้การวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิภาพของโรงพยาบาล : กรณีศึกษาโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ(TDRI) สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) ที่สะท้อนต้นทุนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในมีความแตกต่างกันในรพ.แต่ละระดับนั้น โดยในส่วนต้นทุนผู้ป่วยใน ต่ำสุด 13,475 บาทต่อ ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (AdjRW) สูงสุด 34,807 บาทต่อAdjRW
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ผลการศึกษานี้ยังไม่ได้เข้ามาที่ประชุมบอร์ดสปสช. แต่เข้าใจว่าเป็นการศึกษาของทีดีอาร์ไอ ที่สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) ซึ่งตามขั้นตอนก็จะเสนอมายังสปสช. จากนั้นก็จะนำเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของอนุกรรมการฯ ในบอร์ดสปสช. ชุดที่เกี่ยวข้อง และเสนอต่อบอร์ดสปสช.ตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ จำเป็นต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูรายละเอียดโดยเฉพาะ ที่สำคัญจะนำผลศึกษามาใช้งาน จะใช้แบบไหนอย่างไร ต้องพิจารณาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลการศึกษาของ ทีดีอาร์ไอ กรณีผู้ป่วยใน จะต้องปรับเรื่องงบประมาณอย่างไร นพ.จเด็จ กล่าวว่า โดยหลักการต้องนำข้อมูลมาพิจารณา ซึ่งต้องบอกว่า ต้นทุนแตกต่างกันในแต่ละระดับรพ.เป็นเรื่องที่ทราบอยู่แล้ว เพราะต้นทุนแต่ละอย่างไม่เท่ากัน จึงต้องมาดูว่ามีอะไรที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยจะไม่มีการบอกว่า คนทำราคาต่ำสุดดีที่สุด หรือคนทำราคาแพงสุดดีที่สุด ขอไปดูรายละเอียดผลการศึกษาก่อน
ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะนำผลการศึกษาเรื่องต้นทุนนี้มาพิจารณาจ่ายแก่รพ.อัตราต่างกันตามต้นทุนแต่ละขนาดรพ. นพ.จเด็จ กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียด เพราะถ้าจ่ายไม่เหมือนกัน ก็อาจเกิดประเด็นใส่ทรัพยากรเต็มที่ ทั้งที่ต้องดูว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะตอนนี้ต้องเน้นความจำเป็นเป็นหลัก ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าต้องเป็นแบบนั้น อย่างผ่าตัดไส้ติ่ง รพ.ในโรงเรียนแพทย์ก็แตกต่าง เพราะต้องมีการเรียนการสอนด้วย เช่น ผ่าตัดมีแพทย์ประจำบ้าน (Resident) มาด้วย ก็ต้องถามว่าจำเป็นหรือไม่ แต่ถ้าบอกว่าเป็นการศึกษาวิจัย ความจำเป็นจึงแตกต่าง
“ส่วนจะต้องจ่ายตามต้นทุนที่ศึกษาได้หรือไม่ หรือต้องจ่ายให้รพ.แต่ละขนาดไม่เท่ากันหรือไม่นั้น อาจต้องดูประเด็น เพราะยังมีเรื่องประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ความเหมาะสม ซึ่งเรื่องต้นทุนจริงๆต้องดูทั้งหมด และต้นทุนแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากันด้วย อย่างระยะต่อไปหากค่ายาขึ้น 30% ต้นทุนรพ.ที่ศึกษามานี้อาจต้องรวมค่ายาเพิ่มขึ้น 30% ก็เป็นไปได้”นพ.จเด็จกล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า ผลการศึกษานี้คงไม่ได้เอามาตอบประเด็นงบค่าบริการผู้ป่วยใน ขาขึ้นปี 2570 เพราะตกลงไปแล้วในการประชุมบอร์ดสปสช.ว่าอยู่ที่ 10,000 บาท ต่อ AdjRW ซึ่งเป็นตัวที่สปสช.ร่วมกับสธ.เสนอไป ส่วนปีงบประมาณ 2569 ยังคงอยู่ที่ 8,350 บาทต่อ AdjRW ขณะที่ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ของ สว.ที่ตัวเลขต้นทุน 13,000 บาทต่อ AdjRW นั้น ในที่ประชุมบอร์ดสปสช.มีข้อห่วงใยเรื่องงบประมาณจะเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท จึงยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร ต้องดูข้อมูล





