สธ.มุ่ง "กัญชาทางการแพทย์” เต็มรูปแบบ ปรับเปลี่ยน 3 ส่วนขณะที่ร้านขายกัญชาลดฮวบจาก18,000 เหลือ 3,000 แห่ง ให้เวลา 3 ปีปรับตัว ยกระดับเป็นสถานพยาบาล
เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 3/2569 ถึงประเด็นการพิจารณาประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2569 และประเด็นกัญชาทางการแพทย์”
ว่า รัฐบาลใหม่มายังคงผลักดันกัญชาทางการแพทย์ โดยจะดูแลยกระดับการปลูก การสกัด การนำไปใช้ให้เกิดความเข้มงวด และติดตามผลของร้านค้าที่ต่ออายุ และไม่ต่ออายุการให้บริการกัญชาทางการแพทย์
ร้านจำหน่ายกัญชาจะมีแนวโน้มลดลง และหากจะต่อใบอนุญาตต้องยกระดับเป็น สถานพยาบาล ซึ่งต้องมีวิชาชีพ มีแพทย์ หรือแพทย์แผนไทย ได้ย้ำให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ไปทำ Mapping ทำแผนที่ว่า ร้านกัญชาที่ขออนุญาตตั้งที่ใดบ้าง และจัดทำสติ๊กเกอร์แปะหน้าร้าน เพื่อแสดงตนว่า ร้านนี้หมดใบอนุญาตเมื่อไหร่
และเป็นร้านที่ขออนุญาตถูกต้อง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ชัดเจน และเมื่อทำแผนที่แล้วเสร็จ ก็จะบอกได้ว่า ผู้ที่ต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ จะสามารถรับบริการได้ที่ใด ซึ่งรพ.ต่างๆทั่วประเทศก็มีความพร้อมในการจ่ายกัญชาทางการแพทย์เช่นกัน
ถามถึงนโยบายมุ่งการส่งออก นายพัฒนา กล่าวว่า กัญชาทางการแพทย์ จะเป็นการสกัด และการใช้ที่มีมูลค่าสูง และมีการลงทุนที่สูง จึงต้องพิจารณาตลาดในประเทศว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งการส่งออกจะพิจารณาทั้งสารสกัดและไม่ใช่สารสกัด ซึ่งสารสกัดกัญชาในต่างประเทศถูกนำไปผสมอยู่ในกระบวนการของเครื่องสำอาง และยา จำนวนมาก เพิ่มมูลค่าในระดับสูง ซึ่งสธ.มองเห็นคุณค่าทางเศรษฐกิจ จึงมอบนโยบายว่า หากมีผู้ปลูก ผู้สกัด และแปรรูปที่ได้คุณภาพ ก็จะมีกระบวนการส่งเสริมเพื่อใช้ในประเทศ และถ้าเหลือก็ส่งออกเช่นกัน
"เรื่องโรงงานสกัดทราบว่าภาคเอกชนหลายรายมีการลงทุน เป็นทั้งมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานด้านอาหารและมาตรฐานด้านการแพทย์ ในหลายโรงสกัดอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่ลงทุน และประสงค์แน่วแน่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทางสธ. พร้อมสนับสนุน"นายพัฒนากล่าว
ด้านนพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ยึดตามแนวนโยบายรัฐบาล มุ่งสู่ กัญชาทางการแพทย์”
เต็มรูปแบบ การปรับเปลี่ยนของกัญชาจะมี 3 ส่วนคือ
1.การมอบหมายผู้มีอำนาจการดูแลเรื่องนี้ จากที่ผ่านมาจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข และตำรวจ แต่ตอนนี้มีประกาศกระทรวงฯ มอบให้เจ้าหน้าที่ปกครองทั้งหมด เพื่อปฏิบัติการตามพ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ
2.เรื่องการปรับเปลี่ยน ร้านค้าหรือร้านจำหน่ายกัญชาให้เป็นสถานพยาบาล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ ซึ่งร้านค้าจะต้องปรับตัวตามใบอนุญาตใหม่ คือ เมื่อใบอนุญาตร้านค้าหมดลง ต้องต่อใบอนุญาตก็ต้องปรับเป็นสถานพยาบาลก่อน แต่จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 3 ปี
3.เป็นทิศทางทำให้กัญชา เป็น New S-Curve หรือ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยมุ่งไปที่การส่งออก
นพ.พงศธร กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเหลือร้านจำหน่ายกัญชาประมาณ 15% จากเดิมมีถึง 18,000 ร้าน หรือเหลือ 3,000 แห่งที่น่าจะมีการยกระดับเป็นสถานพยาบาล แต่ยังบอกไม่ได้ว่า จะปรับทั้งหมดหรือไม่ เพราะยังต้องรอเวลา ให้ปรับตัว 3 ปี รอความพร้อมของผู้ประกอบการ ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมระบบไว้แล้ว เช่น การเทรนนิ่งคนที่จะอยู่ในร้าน มีระบบ E-learning เป็นต้น





