เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่โรงแรมจุบีลี เพรสทีจน์ มีการสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา “เจาะลึกต้นทุนโรงพยาบาลไทยสู่การยกระดับประสิทธิภาพ : ความแตกต่างและทางออก” ภายใต้ โครงการศึกษา เรื่อง “การสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายแนวทางการจัดสรรงบประมาณ โดยใช้การวิเคราะห์ต้นทุนและประสิทธิภาพของโรงพยาบาล : กรณีศึกษาโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ(TDRI) สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)
ดร.ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร หัวหน้าทีมวิเคราะห์ตลาดแรงงาน ทีดีอาร์ไอ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยนี้ กล่าวว่า การศึกษานี้เป็นการวิเคราะห์ที่ได้จากกองเศรษฐกิจสุขภาพและประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และสำนักงานพัฒนากลุ่มโรคร่วมไทย(สรท.) รวมถึง การสัมภาษณ์เชิงลึก โดยศึกษา 2 เรื่องสำคัญ คือ ต้นทุนและประสิทธิภาพ
โครงสร้างต้นทุนรพ.สธ.-รพ.มหาวิทยาลัย
“กรุงเทพธุรกิจ” นำเสนอประเด็นต้นทุน โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจสุขภาพฯ โครงสร้างต้นทุนรวมของรพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.)นั้น พบว่า รพ.ขนาดเล็ก-กลางแบกรับต้นทุนบุคลากร ขณะที่ รพ.ใหญ่แบกรับต้นทุนค่าวัสดุ โดย
- โรงพยาบาลชุมชน(รพช.)เล็ก ค่าแรง 59 % ค่าวัสดุ 32 % ค่าครุภัณฑ์ 9%
- รพช.เล็ก-กลาง ค่าแรง 62 % ค่าวัสดุ 32 % ค่าครุภัณฑ์ 6 %
- รพช.กลาง-ใหญ่ ค่าแรง 59 % ค่าวัสดุ 35 % ค่าครุภัณฑ์ 6 %
- รพช.แม่ข่าย ค่าแรง 53 % ค่าวัสดุ 40 % ค่าครุภัณฑ์ 8 %
- โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.)เล็ก ค่าแรง 50 % ค่าวัสดุ 42 % ค่าครุภัณฑ์ 8 %
- รพท.ใหญ่ ค่าแรง 48 % ค่าวัสดุ 44 % ค่าครุภัณฑ์ 8%
- โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)นั้น ค่าแรง 43 % ค่าวัสดุ 50 % ค่าครุภัณฑ์ 7 %
สำหรับต้นทุนต่อหน่วยผู้ป่วยนอก(OP)และผู้ป่วยใน (IP)โดยเฉลี่ย ช่วงปี 2562-2568 พบว่า ในทุกปีงบประมาณ รพศ.มีต้นทุนต่อครั้ง OP โดยเฉลี่ยสูงที่สุด ส่วนต้นทุนเฉลี่ยต่อ AdjRW ของผู้ป่วยในนั้น พบว่า รพช.มีต้นทุนต่อหน่วย IP โดยเฉลี่ยสูงกว่า รพท.และ รพศ.อย่างสม่ำเสมอ สาเหตุอาจเกิดจากต้นทุนคงที่เฉลี่ยที่แตกต่างกัน
ขณะที่ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจาก สรท. พบว่า รพ.มหาวิทยาลัยมีต้นทุนค่าวัสดุเป็นหลัก โดยค่าแรง 33 % ค่าวัสดุ 59 % ค่าครุภัณฑ์ 8 % สะท้อนบทบาทการรักษาโรคซับซ้อน เช่นเดียวกับ รพศ.
สัดส่วนต้นทุนผู้ป่วยนอก
ต้นทุนผู้ป่วยนอก(OP)รพ.สธ.และมหาวิทยาลัย พบว่า สัดส่วนค่ายาเพิ่มขึ้นตามขนาดรพ. ขณะที่สัดส่วนค่าพยาบาลลดลง โดยค่ายาในปีงบประมาณ 2565 รพช.เล็ก-กลาง 30 % ,รพช.กลาง-ใหญ่ 28 %,รพช.แม่ข่าย 29 % , รพท.เล็ก 39 %,รพท.ใหญ่ 43 % ,รพศ.42 % และรพ.มหาวิทยาลัยอยู่ที่ 53 % สะท้อนการรักษาโรคที่ซับซ้อนมากขึ้น และการใช้ยาราคาสูง และการที่รพ.ขนาดเล็กมีสัดส่วนค่าบริการการพยาบาลสูงกว่า สะท้อนบริการขั้นพื้นฐานและการพึ่งพาแรงงาน (พยาบาล) เป็นหลัก
สัดส่วนต้นทุนผู้ป่วยใน
ต้นทุนผู้ป่วยใน (IP) พบว่า สัดส่วนค่าหัตถการและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้นตามระดับ รพ. ขณะที่สัดส่วนค่าพยาบาล ลดลง ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่กระจุกในหมวด ค่าบริการการพยาบาล แต่สัดส่วนลดลงเมื่อระดับ รพ.สูงขึ้น , รพ.ขนาดใหญ่มีโครงสร้างต้นทุนกระจายไปหลายหมวดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าหัตถการ เช่น การผ่าตัด และค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ ที่เพิ่มขึ้นชัดเจน สะท้อนความซับซ้อนของผู้ป่วยที่สูงกว่า รพ.ขนาดเล็ก
ต้นทุนต่อครั้งของผู้ป่วยนอก
ต้นทุนต่อหน่วยบริการผู้ป่วยนอก เพิ่มตามระดับโรงพยาบาล สะท้อนถึงบริการที่ซับซ้อนขึ้น โดยปีงบประมาณ 2565
- รพช.เล็ก-กลาง 651 บาทต่อครั้ง
- รพช.กลาง-ใหญ่ 800 บาทต่อครั้ง
- รพช.แม่ข่าย 532 บาทต่อครั้ง
- รพท.เล็ก 621 บาทต่อครั้ง
- รพท.ใหญ่ 1,077 บาทต่อครั้ง
- รพศ. 1,183 บาทต่อครั้ง
- และรพ.มหาวิทยาลัย 3,025 บาทต่อครั้ง
ทั้งนี้ ในสังกัด สป.สธ. ต้นทุนหมวดค่ายา บริการ รังสี และหัตถการเพิ่มขึ้นตามระดับ รพ. สะท้อนความซับซ้อนของการรักษา ส่วน รพ.มหาวิทยาลัยมีต้นทุนสูงกว่ารพ.สป.สธ.ในทุกหมวด โดยเฉพาะค่ายาและ บริการรังสี แม้ค่าธรรมเนียมแพทย์เป็นสัดส่วนต้นทุนที่ไม่ สูงเมื่อเทียบกับหมวดอื่น แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามระดับ รพ.และสูงขึ้นอย่างมากใน รพ. มหาวิทยาลัย อาจสะท้อนการใช้แพทย์เฉพาะทางสูง
ต้นทุนต่อหน่วยบริการผู้ป่วยใน
ต้นทุนต่อหน่วยบริการผู้ป่วยใน(IP) พบว่า ต้นทุนต่อการนอนรักษาในรพ. หรือ IP admission เพิ่มตามระดับ รพ. ขณะที่ต้นทุนต่อ ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม ( AdjRW) สูงชัดใน รพ.มหาวิทยาลัย โดยปีงบฯ 2565 ต้นทุนเฉลี่ยต่อ Admission และต้นทุนต่อ AdjRW คือ
- รพช.เล็ก-กลาง 9,412 บาทต่อ Admission และ 14,472 บาท/ AdjRW
- รพช.กลาง-ใหญ่ 10,953 บาทต่อ Admission และ 13,475 บาท/ AdjRW
- รพช.แม่ข่าย 10,831 บาทต่อ Admission และ 13,721 บาท/ AdjRW
- รพท.เล็ก 21,236 บาทต่อ Admission และ18,220 บาท/ AdjRW
- รพท.ใหญ่ 22,679 บาทต่อ Admission และ 14,232 บาท/ AdjRW
- รพศ. 31,512 บาทต่อ Admission และ 15,574 บาท/ AdjRW
- และรพ.มหาวิทยาลัย 100,095 บาทต่อ Admission และ 34,807 บาท/ AdjRW
ทั้งนี้ ต้นทุนเฉลี่ยต่อการนอนรักษาในรพ. ของ รพท.และ รพศ.มีต้นทุนในทุกหมวดสำคัญสูงกว่า รพช. สะท้อนความซับซ้อนของการรักษาที่มากกว่า ยกเว้นค่าห้องที่ รพช.แม่ข่าย ใกล้เคียงกับ รพท.ใหญ่ อีกทั้ง รพท.ขนาดเล็ก สูงกว่าระดับอื่น , รพ.หาวิทยาลัยมีต้นทุนสูงกว่าสังกัด สป.สธ. ในทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดหัตถการฯ อวัยวะเทียมฯ และค่าห้องฯ ที่สูงกว่าชัดเจน และหมวดค่าธรรมเนียมแพทย์แม้มีสัดส่วนไม่สูง แต่เพิ่มขึ้นตามระดับรพ.และสูงชัดเจนใน รพ.มหาวิทยาลัย อาจสะท้อนการใช้แพทย์เฉพาะทางหรืออาจารย์แพทย์มากขึ้น
ชงรื้อฟื้นศูนย์ต้นทุน-ตั้งแซนด์บ็อกซ์
(ร่าง) ข้อเสนอแนะต่อระบบที่เอื้อต่อการประมาณการต้นทุน ด้านมาตรฐานข้อมูลต้นทุน 1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรื้อฟื้นศูนย์ต้นทุน โดยจัดตั้งทีมงานเฉพาะด้านการจัดทำต้นทุนภายใน รพ.แต่ละแห่ง ร่วมกับทีมงานกลางระดับพื้นที่ เพื่อรวบรวม ตรวจสอบ และจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับปรุงระบบข้อมูลของ รพ.ให้รองรับการบันทึกข้อมูลครั้งเดียว ณ จุดบริการ (single data entry) และเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อลดภาระการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนและเพิ่มความพร้อมนำข้อมูลไปใช้ วิเคราะห์ต้นทุน
3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดตั้งทีมงานกลางระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลที่ยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและศักยภาพจัดเก็บ หรือวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนโดยเฉพาะในพื้นที่ที่บุคลากรหน้างานยังไม่พร้อมรับภาระข้อมูลเพิ่มเติม
4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกำหนดมาตรฐานข้อมูลต้นทุนขั้นต่ำที่ทุกโรงพยาบาลต้องจัดเก็บ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบต้นทุน ระหว่างโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดทำ Policy Sandbox เพื่อทดสอบระบบข้อมูลและพัฒนาไปสู่ระบบที่มีความละเอียดและซับซ้อนมากขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน
และด้านแรงจูงใจและการจัดสรรงบประมาณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างแรงจูงใจเชิงประสิทธิภาพโดยนำผลการวิเคราะห์พรมแดนต้นทุนและการผลิตมาใช้ประกอบการจัดสรรงบประมาณ ด้วยการกำหนดกลุ่มเปรียบเทียบที่เหมาะสม เช่น เปรียบเทียบ รพ. กลุ่มระดับใกล้เคียงกันและไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งระบบ , ให้รางวัลแก่โรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามาตรฐาน แต่โรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพต่ำไม่ควรถูกลดงบประมาณทันที ควรวิเคราะห์สาเหตุและสนับสนุนแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพ





