เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ต้นทุนยาคิดเป็นประมาณ 30% ของค่าใช้จ่ายของ รพ. ดังนั้น หากมี ราคายา เพิ่มอีก 10% ก็จะทำให้ต้นทุน รพ.เพิ่มเป็นราวๆ 40% ของค่าใช้จ่าย รพ. ส่วนต้นทุนพลังงาน ส่วนใหญ่เป็นค่าไฟ และค่าน้ำมัน คิดเป็นราว 10 % อย่างไรก็ตาม 90% ของรพ.ใน สังกัด สธ. มีการติดโซลาร์เซลล์ไปแล้ว โดยตั้งเป้าให้มีการใช้ตรงนี้ทดแทนได้ 50% ของค่าไฟ
ตรึงราคายา ไม่ปรับเพิ่มใน 6 เดือน
ด้าน พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า อภ.มีบทบาทในการผลิต จัดหา และรักษาความมั่นคงทางยา โดยในด้านการผลิต อภ.ทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตยาของภาครัฐ แม้จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพียงประมาณ 7% ของตลาดยาทั้งประเทศ แต่เป็นการผลิตในกลุ่มยาที่มีความสำคัญสูง เช่น ยาที่มีผู้ผลิตรายเดียวในประเทศ ยาช่วยชีวิต และยาที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ทั้งนี้ ก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อภ.บริหารคงคลังยาและวัตถุดิบในระดับประมาณ 3 เดือนตามหลักประสิทธิภาพ แต่เมื่อเริ่มมีสัญญาณความเสี่ยงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้เร่งปรับเพิ่มการสำรองเพิ่มเป็น 6 เดือน โดยดำเนินการจัดซื้อวัตถุดิบ ยาสำเร็จรูป และวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการผลิต รวมถึงบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันขยับ 2 บาท ต้นทุนยาเพิ่ม 4 %
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ ราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลทั้งต่อการขนส่งและกระบวนการผลิตยา ทุกการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน 2 บาท จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นแล้วราว 10%
“ยืนยันได้ว่า ภายในระยะเวลา 6 เดือน ส่วนของ อภ.จะไม่เกิดปัญหายาขาดแคลน ทั้งในส่วนของตัวยาสำคัญ และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดย อภ.จะตรึงราคายาไว้ ภายในช่วง 6 เดือนข้างหน้า จะไม่ขึ้นราคา และพร้อมแบกรับภาระต้นทุน แม้ต้องขาดทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ส่วนผู้ผลิตรายอื่นอีก 93% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับภาระเรื่องค่าน้ำมัน และโลจิสติกส์ ถ้าสมมติว่ามีความจำเป็นจะต้องขึ้นราคาแล้ว อย. เคาะก็ต้องขึ้น” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว
พญ.มิ่งขวัญ ย้ำว่า ส่วนที่เป็นยาที่ อภ.ผลิตเองนั้นตรึงได้อยู่แล้ว เพราะ อภ.เป็นรัฐวิสาหกิจ ต่อให้ตรึงแล้วขาดทุนไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว ก็เหมือนกับอัฐยายซื้อขนมยาย ถ้าจะเอากำไรจากการขึ้นราคายา รัฐก็ต้องเอางบไปสนับสนุนประชาชนด้านอื่นอีก แต่การตรึงราคาคือ กระบวนการทางตรง อภ.ไม่ต้องเอากำไร รัฐก็ไม่ต้องไปเยียวยาด้านอื่น อภ.นำเงินส่งรัฐน้อยลง นี่เป็นทางตรงมากกว่าจึงไม่ขึ้นราคา
ปี 69 จัดหายาให้ สปสช.- สปส.ได้ 100%
พญ.มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า ในด้านการจัดหา อภ.มีบทบาทหลักในการจัดซื้อยาตามความต้องการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ครอบคลุมรายการยาประมาณ 170 รายการ
ปัจจุบันการจัดทำสัญญาจัดซื้อสำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว 100% และได้ประสานกับผู้ผลิต และผู้จำหน่ายทุกราย ซึ่งยืนยันสามารถส่งมอบยาได้ตามเงื่อนไขสัญญา โดยมีการบริหารสัญญาให้ครอบคลุมต่อเนื่องไปอีก 1 เดือนหลังสิ้นปีงบประมาณจนถึงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อป้องกันช่องว่างระหว่างปีงบประมาณ
และด้านการรักษาความมั่นคงทางยา อภ.ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยติดตามสถานการณ์วัตถุดิบ และยาสำเร็จรูปอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถรองรับความต้องการได้ตั้งแต่ 3 เดือน ไปจนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของยา
เงินสำรองซื้อยาแทน รพ. 6,000–6,500 ล้าน
อภ.ยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือโรงพยาบาลของรัฐที่อาจประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน โดยสามารถเข้าไปทำหน้าที่จัดหายาแทน เพื่อให้การบริการทางการแพทย์ไม่สะดุด โดยศักยภาพทางการเงิน อภ.มีวงเงินหมุนเวียนจากกระแสเงินสดประมาณ 7,000 ล้านบาท มีภาระผูกพันอยู่ราว 3,500 ล้านบาท ทำให้ยังมีวงเงินที่สามารถนำมาใช้สนับสนุนสถานการณ์ฉุกเฉินได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท
อีกทั้ง ยังมีกรอบวงเงินกู้เพิ่มเติมที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไว้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้สามารถเสริมสภาพคล่องเพื่อดูแลระบบสาธารณสุขได้รวมประมาณ 6,000–6,500 ล้านบาท
ถามถึงวงเงินสำรองนี้ เพียงพอรองรับความต้องการของโรงพยาบาลหรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า การประเมินวงเงินดังกล่าวพิจารณาจากภาระหนี้ค้างชำระของหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก โดยปัจจุบันหนี้ค้างในกลุ่มหน่วยงานหลัก (key account) อยู่ที่ประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาท และในส่วนของโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ 1,200–1,500 ล้านบาท รวมแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อเทียบกับศักยภาพทางการเงินของ อภ. ทั้งจากกระแสเงินสดที่มีอยู่ และวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติไว้เดิม จึงประเมินว่าสามารถรองรับ และหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่องในระยะนี้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





