วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ระบบสาธารณสุข 72 จ.กระทบ 'ราคาน้ำมันพุ่ง' สธ.ออก 5 ข้อสั่งการ

ระบบสาธารณสุข 72 จ.กระทบ 'ราคาน้ำมันพุ่ง' สธ.ออก 5 ข้อสั่งการ

72 จังหวัด ระบบบสาธารณสุขกระทบ จากราคาน้ำมันพุ่ง สธ.ออก 5 ข้อสั่งการ ปรับการให้บริการผู้ป่วยนอกของ รพ.และ รพ.สต. ผ่านระบบ Telemedicine เพิ่มขึ้น 30% สื่อสารประชาชนใช้ Telemedicine ผ่าน "หมอพร้อม Super App" ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย ลดการเดินทางมารับยา 

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569  ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด 6-8 บาทต่อลิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในด้านต่างๆ

อาทิ ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กระทบต่อความถี่และงบประมาณการออกรถ, ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-Chain) เพิ่มขึ้น, ต้นทุนการเดินเครื่องและสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในแผนกวิกฤต เป็นต้น

ระบบสาธารณสุข 72 จ.กระทบ 'ราคาน้ำมันพุ่ง' สธ.ออก 5 ข้อสั่งการ

ล่าสุด จากข้อมูลแดชบอร์ดประเมินผลกระทบวิกฤติน้ำมันต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งมีรายงานเข้ามาแล้ว 72 จังหวัด พบผลกระทบเล็กน้อย (สีเขียว) 53 จังหวัด และผลกระทบปานกลาง (สีเหลือง) 19 จังหวัด ยังไม่มีหน่วยบริการพื้นที่ใดได้รับผลกระทบระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบริหารการสาธารณสุข กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อรองรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ดังนี้ 

1.เร่งขยายผลการปรับสัดส่วนให้บริการผู้ป่วยนอกผ่านระบบ Telemedicine ในทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้ไม่น้อยกว่า 30% จากปัจจุบันที่มีการให้บริการประมาณ 8.22% รวมถึงให้จัดบริการทางไกลอื่นๆ สนับสนุน เช่น การออกใบรับรองแพทย์ ใบรับรองความพิการ เป็นต้น

2.ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ให้ใช้ระบบ Telemedicine ผ่านหมอพร้อม Super App

3.ให้ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย หรือเพิ่มศักยภาพการบริหารคลังยาใน รพ.สต.ที่มีความพร้อม ภายใต้การควบคุมกำกับของโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อลดการเดินทางมารับยาของประชาชน

4.ประสานบริษัทไปรษณีย์ไทยขอให้จัดลำดับความสำคัญของการส่งยาไปที่บ้านประชาชน สำหรับผู้ป่วยที่รับบริการทาง Telemedicine และรับยาเดิม

5.ประสานกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนให้ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ให้บริการ Telemedicine ร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายของกระทรวงสาธารณสุข