วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

สธ.เตรียมแผน 3 ระยะ บริหารจัดการยา-ระบบบริการ  รับมือสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ

สธ.เตรียมแผน 3 ระยะ บริหารจัดการยา-ระบบบริการ  รับมือสู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ

สธ.เตรียมแผน 3 ระยะบริหารจัดการยาเวชภัณฑ์-ระบบบริการ  ชี้ราคายาขยับสูงขึ้นแน่ ห่วง “ยาต้านการแข็งตัวของเลือด” นำเข้าจากอิสราเอล มอบ อย.หาแหล่งสำรอง พร้อมวางระบบสกัดการกักตุน

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.69 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคายา เวชภัณฑ์ และระบบบริการในสถานพยาบาลว่า สธ.ได้ประเมินผลกระทบระยะกลาง เรื่องยา และเวชภัณฑ์ ในภาพรวมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้หารือกับบริษัทยา ยืนยันว่า มีสต๊อกที่เพียงพอใช้ได้ 3-4 เดือน

ส่วนผลกระทบที่คาดว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือ ราคายาที่ปรับสูงขึ้น ส่วนยาที่คาดว่าอาจจะเป็นปัญหา ได้แก่

1.) กลุ่มยาวาร์ฟารีน ใช้สำหรับการต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมีการนำเข้าจากประเทศอิสราเอล ขณะนี้ยังไม่ขาด แต่หากการสู้รบยืดเยื้อก็ต้องสำรองการนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น โดยจะมีการปรับการขึ้นทะเบียนยาจากประเทศที่สำรองให้รวดเร็วขึ้น

2.) น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง ที่ต้องใช้พลาสติกเกรดพิเศษในการทำภาชนะซึ่งต้องนำเข้านั้น ทาง อย.ได้ไปประสานเรื่องการนำเข้าแล้ว และ 3. น้ำยาล้างฟอกไต แบบแกลลอน อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำแกลลอนกลับมาใช้หมุนเวียนได้หรือไม่ รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจต้องใช้บรรจุภัณฑ์อื่นมาทดแทน

ส่วนด้านระบบบริการผู้ป่วยนั้น จะกระตุ้นให้โรงพยาบาลเพิ่มการใช้ระบบแพทย์ทางไกล (เทเลเมดิซีน) ในกลุ่มผู้ป่วยนอกให้มากขึ้น ตั้งเป้าใช้ 10 %  และจะพยายามขยับให้ถึง 30 % รวมถึง  ปรับการจ่ายยาจาก 4 เดือน ให้เหลือ 1-2 เดือน และใช้บริการจัดส่งยาแทน ส่วนสถานบริการต่างๆ จะเน้นการลดการใช้พลังงาน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้มากขึ้น ลดการใช้กระดาษ

ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประมาณ 1-2 วันนี้ จะมีมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการยา เรื่องพลังงาน เรื่องระบบบริการ และระบบเทเลเมดิซีน เพิ่มเติมออกมา โดยในส่วนของการบริหารจัดการยานั้น ตนได้มีการพูดคุยกับ อย. ได้รับรายงานว่า ขณะที่อยู่ระหว่างร่างมาตรการรับมือสถานการณ์ที่ยาจะขาด หรือยามีราคาแพง เพื่อให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนาม

ในระยะสั้นคือ ราวๆ 3-4 เดือน การควบคุมการใช้ยาสมเหตุผล เรื่องการเจรจาราคากลางก็ได้มีการคุยในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าจะมีการใช้อำนาจต่อรองราคาซื้อในระดับเขต หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ หากมีความจำเป็น เรื่องการควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไป และให้มีการใช้ยาในบัญชียาหลักที่มีข้อมูลบ่งชี้ ลดการใช้ยานอกบัญชียาหลักที่มาราคาแพงเกินไป รวมถึงการใช้ยาทดแทน

ส่วนระยะกลาง 6 เดือนขึ้นไปคือโครงการหนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล (One Province one hospital) ถ้าได้ผลดีก็จะสามารถแบ่งปันทรัพยากรในจังหวัด และเขตสุขภาพได้ เรื่องเทเลเมดิซีนที่สามารถเอามาใช้ในการจัดการยา การบริหารสต๊อกยา

และระยะยาว 12 เดือนขึ้นไป ทาง อย.จะมีการสนับสนุนการผลิตยาในประเทศ ไม่ต้องพึ่งพายานำเข้า การทำสัญญาในระยะยาว ลดความผันผวนของราคายา นอกจากนี้ มีการจัดทำแดชบอร์ดติดตามราคายา สต๊อกยา เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจ เพื่อป้องกันการกักตุนยา ซึ่งเราหวังว่าจะไม่เกิดการกักตุนในระยะยาวขึ้น ยืนยันว่า ทั้งหมดไม่ได้เป็นการลดคุณภาพการบริหารประชาชน แต่เป็นการรักษาทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์