ม.เอแบค ผลิต ‘แพทย์อินเตอร์ฯ’ รุ่นแรก ปีการศึกษา 2569 ประมาณ 32 คน จับมือ สธ. ปักหมุด รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ยกระดับคุณภาพการผลิตแพ ทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการร่วมผลิตแพทย์ระหว่าง โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพ การลงนามในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของไทย โดยการประสานพลังระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนทางด้านแพทยศาสตร์ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ เน้นทักษะจริงและทันต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพออกไปรับใช้ประชาชนในทุกภูมิภาค ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการศึกษาทางการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีนโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ในปีการศึกษา 2569 โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล TMC.WFME.BME Standard 2021 ตามที่แพทยสภากำหนด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญทางการแพทย์ในระดับสากล โดยการลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมการผลิตบัณฑิตแพทย์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ด้านศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนในระดับปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1–3) ที่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ส่วนโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี จะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนและฝึกประสบการณ์ระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4–6) คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 32 คน
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก พร้อมครุภัณฑ์ ให้กับโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร/จัดการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 700,000 บาท ต่อนักศึกษาแพทย์หนึ่งรายต่อปี รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ อาทิ การไปประชุมวิชาการด้านแพทยศาสตร์ศึกษาในระดับนานาชาติ ค่าตอบแทนอาจารย์แพทย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เป็นต้น





