"นายกฯอนุทิน" เปิดงานวัน อสม. แห่งชาติ ปี 69 ชู "นักรบชุดเทา" รากฐานสาธารณสุขไทย กลไกสำคัญที่ประเทศขาดไม่ได้ เดินหน้ายกระดับสู่การเป็น "Smart อสม." มุ่งเป้าศักยภาพ อสม. 1.1 ล้านคน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น ว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาพบกับทุกคนอีกครั้ง เปรียบเสมือนการได้กลับมาพบกับคนรักเก่า โดยได้ใส่เสื้อประจำตัวอสม.ยังได้ร่วมสวมเสื้อ อสม. เพื่อแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในฐานะที่ตัวเองเป็น อสม. สังกัดตำบลอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เช่นเดียวกัน
“อสม.เป็นนักรบชุดเทา ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ความเชื่อในเรื่องความสำคัญของอสม. อยู่ในความคิดตลอดเวล มั่นใจว่าประเทศนี้ นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความเจ็บป่วย ใช้ความรู้ความสามารถทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชกรรมศาสตร์ ยังมีพี่น้องอสม.อีกด้วย และเป็นสิ่งที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยขาดไม่ได้ คือ อสม.ทุกคน”นายกฯอนุทินกล่าว
นายกฯอนุทิน กล่าวอีกว่า อสม.ทุ่มเทเสียสละที่ได้อุทิศกำลังกาย กำลังใจและเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก(WHO) และนานาประเทศ ว่า มีระบบสาธารณสุขที่ดี เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง ทุกครั้งที่ได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้ จะมี 2 สิ่งที่ถูกพูดถึง คือ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เพราะน้อยประเทศจะมีแบบประเทศไทย จึงถือว่าพวกท่านเป็นของหายากมากๆในโลกใบนี้ และเป็นเรื่องน่าภูมิใจ
“รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของ อสม.อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับ อสม.ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นสมาร์ท อสม. ที่มีองค์ความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชนทุกหลังคาเรือน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม”นายกฯอนุทินกล่าว
นอกจากนี้ พี่น้องอสม.จะต้องได้รับการพัฒนาที่มีความรู้ ทักษะที่จำเป็นในการจัดการ แก้ปัญหาสุขภาพในชุมชน เชื่อมโยงระบบสุขภาพระหว่างภาครัฐและชุมชนในทุกระดับ ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ของท่าน เพราะการสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุด คือ การมีสุขนิสัยที่ดี รู้ว่าควรกินอะไร อยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ในความเครียด
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน อสม. แห่งชาติ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจให้ อสม. ที่เสียสละแรงกาย แรงใจดูแลสุขภาพของประชาชนจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยในปีนี้ได้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด อสม. เชื่อมต่อเทคโนโลยีกับชุมชน สู่สาธารณสุขยุคพัฒนา มีเป้าหมายยกระดับศักยภาพ อสม. 1.1 ล้านคน ทั่วประเทศ สู่ อสม. ยุคใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ
- การควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- การดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวพึ่งพิงในชุมชน
- การนวดเพื่อสุขภาพ
- ส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันสมาร์ท อสม. และหมอพร้อม Super App ในการดูแลชุมชน
- และพัฒนาทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) สามารถใช้เครื่อง AED ได้อย่างถูกต้อง
อนึ่ง วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 มีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่ อสม.ดีเด่น ระดับชาติ 18 คน ทีมสนับสนุน อสม.ดีเด่น ระดับชาติ 18 ทีม อสม.ดีเยี่ยม และดีเยี่ยมอย่างยิ่ง 57 คน อสม.ดีเด่น ระดับภาค 39 คน อสม.ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพ 104 คน และ อสม.ดีเด่น ระดับจังหวัด 844 คน





