สธ.เร่งเคลียร์ยอดค้างค่ายา บริหารจัดสรรงบฯจากสปสช. ย้ำจ่ายหนี้แบบไม่ 'One Size Fits All' กำชับรักษาสมดุลค่ายา-ค่ารักษา จับตาบอร์ด สปสช. 1 เม.ย. นี้ ลุ้นงบก้อนใหม่เติมเข้าระบบ
จากที่กลุ่มอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ขอให้ภาครัฐจ่ายเงินค้างชำระค่ายาที่นานถึง 10 เดือน หรือมูลค่าราว 60,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความคล่องตัวกระแสเงินสดให้กับภาคเอกชน ที่มีความจำเป็นต้องนำไปสั่งจองวัตถุดิบผลิตยาล่วงหน้า ในสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้มอบหมายให้รพ.ที่มีการค้างชำระเกิน 10 เดือนให้จ่ายอย่างน้อย 4 เดือนก่อน แต่ประเด็นอยู่ตรงที่รพ.มีเงินจะจ่ายหรือไม่
ล่าสุดวันที่ 19 มี.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าว ว่า กรณีค่าใช้จ่ายที่ รพ.ยังค้างนั้นตนและปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งรัดการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมามีเงินก้อนหนึ่งลงไปให้โรงพยาบาลต่างๆแล้ว ขณะนี้กำลังพิจารณาการจัดสรร ทั้งนี้ ปลัดสธ.ได้กำชับโรงพยาบาลต่างๆ ว่า การจัดสรรเงินช่วงนี้ต้องสร้างสมดุลให้ดีระหว่างการชำระหนี้ต่างๆ และการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
เร่งบริหารจัดสรรงบฯลงไป
“ช่วงนี้เป็นสภาวะไม่ปกติ การบริหารจัดการมีการประชุมว่า ต้องรัดกุม การชำระหนี้ต่างๆ เราเห็นใจผู้ประกอบการภาคเอกชนเช่นกัน ซึ่งไม่ได้ละเลย และจะจัดสรรเงินลงไป ขณะที่ รพ.ก็ต้องคำนึงถึงสภาพคล่องทางการเงิน กรณีรักษาผู้ป่วยต้องไม่ขาดตกบกพร่อง” นายพัฒนากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีข้อกังวลของรพ.ว่า หากกำหนดให้ต้องจ่ายหนี้ 4 เดือนและคงค้างเหลือ 6 เดือน อาจไม่สามารถบริหารจัดการได้ เพราะงบที่จัดสรรมาจากสปสช.ไม่เพียงพอ นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้มีคำสั่งลงไปแบบ One Size Fits All คือ ทุกรพ.ต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ภาพรวมต้องพิจารณาถึงผู้ประกอบการ คู่ค้าของรพ.ด้วยเช่นเดียวกัน หากมีการค้างโดยจำนวนมาก และรพ.สามารถบริหารได้พอสมควร ก็อยากให้ชำระไปบ้าง แต่ต้องพิจารณาสภาพคล่องในการดำเนินการรักษาผู้ป่วยด้วย
รพ.ทุกระดับในพื้นที่ร่วมกันบริหารจัดการ
“เรื่องนี้ ท่านปลัดสธ.มีนโยบายว่า รพ.ขนาดใหญ่คอยช่วยพิจารณาการรักษาผู้ป่วยแบบประคองไปกับรพ.ขนาดกลาง และขนาดเล็กด้วย ในพื้นที่ต้องร่วมกันบริหารจัดการ ขอย้ำว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ การทำงานจึงต้องร่วมมือกัน เป็นทีมไทยแลนด์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” นายพัฒนากล่าว
เมื่อถามว่าจะมีงบเพิ่มจากสปสช.ลงไปหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย.2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) ซึ่งอาจจะมีวาระหรือมีสิ่งใดที่พูดคุยหารือเรื่องนี้ร่วมกันได้





