วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดผลตรวจสอบคลินิก หลังรับบริการ‘ศัลยกรรมจมูก-คาง’  แต่ไม่รู้สึกตัวหลายวัน 

เปิดผลตรวจสอบคลินิก หลังรับบริการ‘ศัลยกรรมจมูก-คาง’  แต่ไม่รู้สึกตัวหลายวัน 

สบส.ลุยตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย่านปทุมวัน หลังผู้รับบบริการศัลยกรรมจมูกและคาง เกิดอาการผิดปกติ ไม่รู้สึกตัวหลายวัน 

จากกรณีญาติร้อง หนุ่มวัย 38 เข้ารับบริการศัลยกรรมจมูกและคาง แต่กลับเกิดอาการผิดปกติ จนต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาล และไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นเวลาหลายวัน  ล่าสุด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ส่งทีมลงสอบคลินิกเสริมความงาม ย่านปทุมวัเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)  ให้สัมภาษณ์ว่า สบส.สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมายดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ พบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล เป็นผู้ให้ข้อเท็จจริงพร้อมนำตรวจสถานพยาบาล

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า คลินิกมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนมาตรฐานสถานพยาบาลด้านอื่นก็เป็นไปตามมาตรฐานที่พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กำหนด

และจากการสอบถ้อยคำจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับบริการชายวัย 38 ปี ได้ติดต่อคลินิกดังกล่าว เพื่อทำศัลยกรรมบริเวณจมูกและคาง โดยคลินิกได้ซักประวัติ ตรวจร่างกายและเลือดเพื่อประเมิน

ผลการตรวจร่างกายผู้รับบริการสามารถดมยาผ่าตัดได้ คลินิกจึงนัดหมายทำศัลยกรรมในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยให้ผู้รับบริการดมยาสลบ แต่ในช่วงท้ายของการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น ชีพจรเต้นเเรง และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น จึงแจ้งแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมประสานรถพยาบาลฉุกเฉินส่งตัวผู้รับบริการไปที่โรงพยาบาลใกล้เคียง

คลินิกแจ้งว่ายินดีรับผิดชอบค่ารักษา และค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องจนผู้ป่วยหายเป็นปกติ

โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในวันนี้เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทพ.อาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การศัลยกรรมเสริมความงาม บริเวณจมูก หรือคาง มักจะเป็นการศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนกับผู้รับบริการมากกว่าการผ่าตัดเล็ก ดังนั้น สถานพยาบาลจะต้องควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน ทั้งในด้านสถานที่ ผู้ให้บริการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์การช่วยเหลือชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

“ประการสำคัญการผ่าตัดใหญ่นั้น มักจะต้องมีการใช้ยาสลบกับผู้รับบริการ ซึ่งในผู้รับบริการบางรายอาจจะเกิดอาการแพ้ยาสลบ หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ (Malignant Hyperthermia ) ซึ่งทำให้เกิดการตอบสนองผิดปกติของกล้ามเนื้อต่อยาชาหรือยาสลบ จนนำไปสู่การเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและเสียชีวิตได้”

 ดังนั้น การฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำเพื่อให้หลับ หรือการดมยาสลบก่อนทำการผ่าตัดทุกครั้ง จะต้องมีการซักประวัติคนไข้ เพื่อประเมินความเสี่ยง และจัดให้มีวิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมจากราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้ยาระงับความรู้สึก เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ หากพบว่าสถานพยาบาลใดไม่ดำเนินการตามมาตรฐานก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทันที