วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

วิจัยชี้ 'ลงทุนการอ่าน' สร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมสูง 71% อุดช่องโหว่พัฒนการเด็กยุคAGI

วิจัยชี้ 'ลงทุนการอ่าน' สร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมสูง 71% อุดช่องโหว่พัฒนการเด็กยุคAGI

ยุคเอจีไอ เด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าด้านการใช้ภาษาสูง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9% ชี้ลงทุนการอ่านสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมสูง 71% ช่วยเด็กพัฒนาการดีสมวัย -มีสมาธิดีเพิ่มขึ้น

โลกก้าวเข้าสู่ยุค Artificial General Intelligence (AGI) ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเรียนรู้ของผู้คน โดยเฉพาะพัฒนาการของเด็ก ซึ่งการปล่อยให้เด็กอยู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงลำพัง อาจส่งผลเสียต่อศักยภาพการเรียนรู้ในระยะยาว ถือเป็นประเด็นสำคัญเหมือนกันทั่วโลก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรตระหนักและเคร่งครัดต่อการร่วมแก้ปัญหา

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ทำคู่มือแนะนำการใช้เวลาหน้าจอของเด็กเพื่อชี้แจงแนวทางที่ถูกต้อง โดยระบุชัดเจนว่า

  • เด็กช่วงขวบปีแรกจนถึง 2 ขวบ เด็กไม่ควรใช้เวลาอยู่กับหน้าจอ
  • เด็กช่วงอายุ 3-4 ขวบ ไม่ควรใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน และต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับประเทศไทย  รายงานพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี 2566 โดยสถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบเด็กไทย 22.5% มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า โดยเฉพาะด้านการใช้ภาษาสูงถึง 74.8% การเข้าใจภาษา 60.9% กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา 44.6% และการเคลื่อนไหว 28.2%

สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการเสพสื่อผ่านหน้าจอที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้อย่างมาก โดยพบว่าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ มีการดูสื่อไอทีสูงถึง 80% ส่งผลโดยตรงทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องพัฒนาการล่าช้าทางด้านภาษา ขณะที่มีพ่อแม่เพียง 20% เท่านั้นที่อ่านหนังสือให้เด็กฟังอย่างมีคุณภาพ

ทั้งที่ ช่วงปฐมวัยคือโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตมนุษย์ เนื่องจากเด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับต้นทุนชีวิตที่มีมูลค่ามหาศาล คือเซลล์สมองนับแสนล้านเซลล์ โดยเซลล์เหล่านี้จะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อได้รับการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และลดการใช้หน้าจอ  นับเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างเครือข่ายสมองในช่วงวัยที่สำคัญที่สุด เพื่อให้เด็กเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

การอ่าน ช่วยให้พัฒนาการเด็กดีขึ้น

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ร่วมกับสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการ “มหัศจรรย์ อ่าน อาน อ๊าน : แถลงผล SROI สู่กุญแจพัฒนาการเด็กไทยยุค AGI” เพื่อเผยแพร่ผลการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ภายใต้โครงการ “อ่าน อาน อ๊าน :  ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้”

รศ.จุมพล รอดคําดี กรรมการกํากับทิศทางแผนระบบสื่อและวิถีสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า สสส. และแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ได้สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการอ่าน เพื่อบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัยในหลายพื้นที่ เช่น โครงการวิจัยโรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

งานวิจัยด้านการฟื้นฟูการเรียนรู้ทางภาษาในเด็กปฐมวัย โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการสวัสดิการหนังสือ 3 เล่มในบ้าน และโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้ โดยมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

ผลลัพธ์จากการดำเนินงานผ่านทางมุมมองของกระบวนกรอย่างต่อเนื่อง พบว่า เด็กมีพัฒนาการด้านการสะกดคำเพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการใช้คำศัพท์เพิ่มขึ้น 69.84% มีทักษะการเขียนเพิ่มขึ้น 63.49% มีสมาธิเพิ่มขึ้น 57.14%

สอดคล้องกับแนวทางของยูเนสโก (UNESCO) ที่ยืนยันว่า การเรียนรู้หนังสือเป็นสิทธิมนุษยชนและเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน การวางฐานการอ่านเป็นทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขวิกฤติพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาของเด็กไทยอย่างเข้มแข็ง

การอ่าน สร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 71%

ด้านนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานยุทธศาสตร์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า แผนงานฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการปฏิบัติการ “อ่าน อาน อ๊าน : ยกกำลังสุข ปลุกพลังการเรียนรู้” โดยใช้ชุดหนังสือฝึกหัดอ่านตามระดับพัฒนาการทางภาษาของเด็กที่ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของเด็กไทยช่วงอายุ 3-9 ปี

และในปี 2568 แผนงานฯ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์และคณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินงานวิจัย การประเมินผลตอบแทนทางสังคม ภายใต้กรอบแนวคิด Theory of Change (TOC), Social Return On Investment (SROI) และ The Life Experiences Survey (LES) เพื่อสะท้อนต้นทุนและผลตอบแทนทางสังคมของการลงทุนด้านวัฒนธรรมการอ่าน

จากการศึกษาผลตอบแทนทางสังคม พบการลงทุนในการดำเนินโครงการปฏิบัติการ อ่าน อาน อ๊าน จำนวน 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมคิดเป็นมูลค่า 1.71 บาท สะท้อนการสร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 71%

ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างกระบวนการอ่านด้วยชุดหนังสือมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันขับเคลื่อน “นิเวศวัฒนธรรมการอ่านยุค AGI” เพื่อยกระดับศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่ออนาคตเด็กไทย