วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

'โดรนส่งยา-วัคซีน'ข้ามทะเล ลดเวลาเหลือ 15 นาทีจาก 2 ชั่วโมง ขยายใช้ 3 จ.

'โดรนส่งยา-วัคซีน'ข้ามทะเล ลดเวลาเหลือ 15 นาทีจาก 2 ชั่วโมง ขยายใช้ 3 จ.

กรมการแพทย์ โชว์ศักยภาพฝีมือคนไทยเพื่อคนไทยทดสอบการใช้โดรนส่งยา-วัคซีน ข้ามน้ำข้ามทะเลลดรอรักษา ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงหมอเร็วขึ้น  ชี้ระบบสมบูรณ์มากขึ้นใกล้เคียงกับการใช้งานในชีวิตจริง

นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ ได้เริ่มทดลองการใช้อากาศยานไร้คนขับ ” โดรนขนส่งยา-วัคซีน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ไปยังโรงพยาบาลห่างไกล ตั้งแต่ปี 2566 โดยนำร่องที่จังหวัดสตูล ใช้เส้นทางจากฝั่งไปยังพื้นที่เกาะ สามารถลดระยะเวลาการขนส่งเวชภัณฑ์จากเดิมประมาณ 120 นาที เหลือเพียง 15 นาที ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพยาและวัคซีนตามมาตรฐาน ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาเร็วขึ้น

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ต้องพึ่งเรือ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและเวลาเดินเรือหากคลื่นลมแรงอาจทำให้การส่งยาล่าช้า แต่เมื่อใช้โดรน สามารถส่งยาได้ตรงเวลา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้ยาเร่งด่วน

ขณะนี้ได้ขยายการทดลองบินใช้งานจริงเส้นทางเพิ่มใน 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ สตูล และพังงา โดยปรับปรุงกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบให้ใกล้เคียงกับการใช้งานในชีวิตจริง และให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบการบินของสำนักงานการบินพลเรือน และทดสอบในแต่ละแห่งอย่างน้อย 30 เที่ยว ซึ่งต่างกับการทดลองบินในครั้งแรก เพื่อสร้างความมั่นใจและรับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตได้

ในครั้งนี้ได้มีทีมงานคนไทยที่มีประสบการณ์มาร่วมดำเนินการตามรูปแบบการบินที่มีความปลอดภัยตามกฎหมายการบิน รวมถึงมีระบบติดตามแบบเรียลไทม์และควบคุมอุณหภูมิยาอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่ายาจะถึงมือประชาชนอย่างปลอดภัย รวมทั้งมีการพัฒนาบุคลากรในด้านนี้ด้วยเพื่อให้มีบุคลากรมีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การขนส่งยาและเวชภัณฑ์โดยใช้โดรนในประเทศไทยยังถือว่าเป็นสิ่งใหม่ ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบตามมาตรฐานสากล และยังไม่มีผู้ให้บริการรายใดในประเทศไทยที่มีความสามารถระดับสูง เราจึงวางแผนครั้งนี้ให้รัดกุมเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้ป่วยและผู้ใช้งาน คือ โรงพยาบาล ผู้ให้บริการโดรน ตลอดจนได้ข้อมูลสำหรับกองทุนสุขภาพที่จะเป็นผู้จ่ายค่าบริการให้ในอนาคตด้วย  

สำหรับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก TCELs และความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ หน่วยงานด้านการบิน และเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับระบบขนส่งทางการแพทย์ของประเทศ  โดยกรมการแพทย์ มีแผนเก็บข้อมูลผลลัพธ์ด้านสุขภาพและต้นทุน รวมถึง การยกระดับขีดความสามารถในการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ขยายโครงข่ายเส้นทางบินให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล เพื่อพัฒนาเป็น “ต้นแบบ”

สำหรับขยายไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศในอนาคต เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม เพื่อให้คนที่อยู่ไกลแค่ไหน ก็ยังเข้าถึงยาและการรักษาได้เหมือนคนในเมือง เปลี่ยนข้อจำกัดเรื่องระยะทางให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตของประชาชน