บอร์ดเวลเนสและเมดิคัลฮับเคาะตั้งสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการแพทย์ขั้นสูง ผลิตบุคลากรรองรับเทรนด์รักษาเซลล์-ยีนบำบัด วางแผนภายใน 10 ปี ไทยสามารถผลิต ATMPs ลดค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพ 1 – 1.5 หมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือบอร์ดเวลเนสและเมดิคัลฮับ (Wellness and Medical Service Hub) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านบริการทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ รัฐบาลจึงมีนโยบายผลักดันและเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพสู่การเป็นเมดิคัล แอนด์ เวลเนส ฮับ ซึ่งในที่ประชุมมีการรายงานความคืบหน้า อาทิ การส่งเสริมการยกระดับสถานประกอบการ การอบรมนวดไทย มีผู้ผ่านการอบรม 20,435 คน ยกระดับสถานประกอบการติดดาว การพัฒนา E-Marketplace ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น
สำหรับการเพิ่มศักยภาพการแพทย์มูลค่าสูง ATMPs รักษาด้วยเซลล์และยีนส์บำบัด ซึ่งเป็นเทรนด์การรักษาในอนาคตที่มีมูลค่าตลาดโลกถึง 3.2 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันไทยยังขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญเพียงพอ ที่ประชุมจึงได้พิจารณาให้มีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมและพัฒนาการแพทย์ขั้นสูง (School of Advance Therapy) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน ATMPs และนวัตกรรมการแพทย์แห่งอนาคต
รวมทั้ง ส่งเสริมการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา วิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง และพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการแพทย์มูลค่าสูง เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของไทย โดยมีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแกนหลัก ในการเพิ่มพูนและพัฒนาทักษะผ่านหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรปริญญา และงานบริการสนับสนุน
"ตามแผนดำเนินงานระยะ 10 ปี จะสามารถผลิต ATMPs ในประเทศได้ ช่วยลดการนำเข้ายามูลค่าสูง 10-20% และประหยัดงบประมาณได้ 5 – 8 พันล้านบาท ส่วนด้านสุขภาพจะช่วยลดต้นทุนการรักษาระยะยาวได้ 30-60% ลดค่าใช้จ่ายในระบบสุขภาพ 1 – 1.5 หมื่นล้านบาท และเพิ่มการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย 50,000 - 100,000 คน"นพ.เอกชัย กล่าวว่า





