กรมควบคุมโรคเผยผลสอบสสวน โรคอีสุกอีใสป่วยกล่มก้อน 2 คณะ มธ.รังสิต ชี้มีการจัดค่ายรวมนักศึกษา-นักเรียนจากต่างจังหวัด เผย 2 เดือนทั่วประเทศป่วยราว 1 หมื่น ยันเชื้อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ย้ำติดได้ทางไอ จาม สัมผัสสารคัดหลั่ง มีวัคซีนป้องกัน
จากกรณีที่คณะรัฐศาสตร์และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ประกาศให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ เนื่องจากเกิดการระบาดของ โรคอีสุกอีใส ในหมู่นักศึกษานั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์โรคอีสุกอีใสว่า กรมได้รับการประสานแจ้งสถานการณ์เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2569 และได้ส่งทีมสอบสวนโรคลงไปในพื้นที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยสำนักงานควบคุมโรคที่ 4 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ปทุมธานี
ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ามีการจัดค่ายนักศึกษาระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ.2569 ประมาณ 66 คน โดยมีนักเรียนมาจากหลายจังหวัดมาร่วมประมาณ 60 คน ซึ่งมีนักเรียนคนหนึ่งที่มาร่วมมี อาการป่วย อีสุกอีใส และได้ให้ออกจากค่าย และค่ายยังดำเนินการต่อไป
“ปรากฏว่าช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นมีนาคม มีนักศึกษาและนักเรียนทยอยป่วย เป็นนักศึกษาป่วยแล้วราว 13 คน และนักเรียน 10 คน ได้มีการเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว และมหาวิทยาลัยได้ประกาศหยุดเรียน ส่วนนักเรียนมาจากหลายจังหวัดจึงกำลังไล่เช็กว่าอยู่ในจังหวัดใดบ้าง เพื่อมอบหมายให้สสจ.เข้าไปดูแลสถานการณ์”นพ.มณเฑียรกล่าว
ถามถึงการพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนของโรคอีสุกอีใสที่ไม่มีเหตุการณ์มานาน นพ.มณเฑียร กล่าวอีกว่า จำเป็นที่จะต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องสุขศึกษาส่วนบุคคล ในการป้องกันตัว และบางครั้งอาจคิดว่าไม่มีอะไร อย่างกรณีนี้คิดว่าให้คนป่วยกลับบ้านก็น่าจะเรียบร้อย แต่ในความเป็นจริงคงจะต้องมีมาตรการมากกว่านั้น ถือเป็นโรคที่พบบ่อย โดยช่วง 2 เดือนของปี 2569 มีผู้ป่วยทั่วประเทศราว 10,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาไม่ได้สูงขึ้น
นพ.มณเฑียร กล่าวด้วยว่า โรคอีสุกอีใส ติดต่อได้ง่ายผ่านทางการไอ จาม และสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย อาการส่วนใหญ่ มีผื่น มีตุ่ม มีไข้ หากเป็นในเด็กอาการไม่ค่อยมาก แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่อาการอาจจะมากขึ้น
สำหรับการป้องกันสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย มาตรการส่วนบุคคล สุขอนามัย การล้างมือบ่อยๆยังมีความสำคัญสามารถป้องกันได้หลายโรค ส่วนวัคซีนหากใครสามารถฉีดได้ก็จะมีประโยชน์ ขณะนี้ยังเป็นวัคซีนทางเลือกที่ต้องจ่ายเงินเองในการฉีด แต่การจะผลักดันให้เป็นวัคซีนที่ฉีดฟรี ก็ต้องพิจารณาความคุ้มค่า
“ส่วนใหญ่แต่ละคนจะป่วยอีสุกอีใสเพียงครั้งเดียว แต่ระยะหลังพบว่าคนจะภูมิคุ้มกันตก รวมถึง คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันของโรคนี้ ไม่ว่าจะไม่เคยเป็นหรือไม่เคยฉีดวัคซีน เมื่อไปเจอผู้ป่วยก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่เมื่อสัมผัสเชื้อก็จะป่วย และติดง่าย แต่ในแง่ของตัวเชื้อไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทำให้ติดง่ายขึ้นแต่อย่างใด”นพ.มณเฑียรกล่าว





