กรมอนามัย เผยอาการเมื่อโดนสารหนู ย้ำมี 2 ชนิด เข้าสู่ร่างกายได้ 4 ช่องทาง แนะนำประชาชนพื้นที่เสี่ยงที่ใช้น้ำบาดาลควรตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ และติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สารหนู (Arsenic) เป็นสาร
ที่พบได้ทั้งในชนิดอินทรีย์ (Organic Arsenic) และอนินทรีย์ (Inorganic Arsenic) โดยสารหนูชนิดอินทรีย์มักพบในสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น ปลา กุ้ง หอย ปู และสาหร่ายทะเล เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ สามารถสะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม มีความเป็นพิษต่ำและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หากกินในปริมาณปกติ
สำหรับ สารหนูชนิดอนินทรีย์เป็นชนิดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า พบได้ตามธรรมชาติในดิน หิน และน้ำใต้ดิน รวมถึงอาจปนเปื้อนจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรมและการเกษตร แม้ในปริมาณน้อยอาจไม่ก่อให้เกิดอาการทันที แต่หากได้รับสะสมในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
สารหนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 4 ช่องทาง ดังนี้
1) การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารหนู โดยเฉพาะน้ำบาดาลบางพื้นที่
2) การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ข้าว พืชผัก หรือสัตว์น้ำที่สะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม
3) การหายใจเอาฝุ่นหรือควันจากอุตสาหกรรมบางประเภท
4) การสัมผัสทางผิวหนังในพื้นที่ปนเปื้อน
อาการของการได้รับสารหนู จะมี 2 ลักษณะ คือ
- หากได้รับแบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรง อ่อนเพลีย ความดันต่ำ
- หากได้รับแบบระยะยาวหรือเรื้อรัง ผิวหนังคล้ำ มีจุดด่างดำที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ชาปลายมือปลายเท้า เสี่ยงโรคหัวใจ โรคระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งผิวหนัง ปอด และกระเพาะปัสสาวะ สารหนูถือเป็นภัยเงียบ อาการอาจไม่แสดงทันที แต่สะสมจนก่อให้เกิดโรคระยะยาวได้
กรมอนามัย มีการเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ให้มีการผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน แหล่งน้ำบาดาลในกระบวนการผลิดประปาต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย 2563 ประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งที่ปนเปื้อนสารหนูกรณีนำผักมาปรุงประกอบอาหารควรล้างให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน บริโภคอาหารที่หลากหลาย
หากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง ควรพบแพทย์ทันที หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพราะการรู้เท่าทันและป้องกันตนเองตั้งแต่วันนี้ คือการปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัวในระยะยาวต่อไป





