ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 แพทยสภา ได้เริ่มเปิดระบบตรวจสอบสถานะแพทย์รายบุคคล เพื่อคุ้มครองประชาชน ทยอยเผยแพร่ข้อมูลภายใน มีนาคม 2569 โดยระบุว่า ตามที่แพทยสภาได้ดำเนินการ ส่งข้อหารือกับคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลสถานะผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลกับประโยชน์สาธารณะ และคุ้มครองประชาชน
เปิดเผยข้อมูลพัก-เพิกถอนใบอนุญาตฯ
คณะกรรมการแพทยสภา ได้รับข้อมูลจากทั้งสองคณะกรรมการ และนำเข้าพิจารณา โดยมีมติเห็นชอบให้เปิดเผยข้อมูลตามแนวทางที่ได้รับคำแนะนำภายใต้กฎหมายทั้งสองฉบับ โดยกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลในลักษณะ “การตรวจสอบรายบุคคลตามการค้นหา” มิใช่การเผยแพร่เป็นบัญชีรายชื่อโดยทั่วไป
ข้อมูลที่จะเปิดเผยผ่านระบบตรวจสอบรายชื่อแพทย์ จะครอบคลุมเฉพาะกรณี ดังนี้
1.การพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม พร้อมระยะเวลาที่กำหนด
2.การเพิกถอน หรือการสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชน ให้สามารถตรวจสอบสถานะของแพทย์ที่เข้ารับการรักษา อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานระบบการแพทย์ของประเทศไทย
แพทยสภาจะทยอยนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล “ตรวจสอบรายชื่อแพทย์” บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาได้ด้วยตนเอง ให้สมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569
มุ่งคุ้มครองผู้บริโภรค แต่เปิดเผยข้อเท็จจริงในคดีไม่ได้
ทั้งนี้ การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาความผิดหรือข้อเท็จจริงในคดี ยังไม่อยู่ในขอบเขตการดำเนินการ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
แพทยสภาขอยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษามาตรฐานวิชาชีพ มิได้กระทบต่อแพทย์ส่วนใหญ่ที่ล้วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ บนมาตรฐานวิชาชีพ และยึดมั่นในจริยธรรมเสมอมาอยู่แล้ว
แพทยสภาขอเป็นกำลังใจแก่แพทย์ทุกท่านที่ทุ่มเทเสียสละ ดูแลผู้ป่วยและสังคมไทยมาโดยตลอด และมุ่งหมายสนับสนุนให้วิชาชีพเวชกรรม ดำรงอยู่บนความเชื่อมั่น มีศักดิ์ศรี และได้รับความไว้วางใจจากทั้งประชาชนและแพทย์อย่างยั่งยืนตลอดไป
ขั้นตอนการตรวจสอบแพทย์
ระบบเปิดเผยด้วยการให้ประชาชน เข้ามาดำเนินการตรวจสอบเอง ดังนี้
1. เข้ามาในเว็บไซต์แพทยสภา www.tmc.or.th เลือกเมนู “ตรวจสอบรายชื่อแพทย์”
2.เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บตรวจสอบรายชื่อแพทย์ https://checkmd.tmc.or.th/v2 ให้พิมพ์ชื่อ แพทย์ และนามสกุล ในช่องที่กำหนด จากนั้น คลิก “ค้นหา”
3.กรณีค้นหาและพบว่าแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีประวัติถูกพักใช้ใบอนุญาตฯ จะปรากฎข้อมูลขึ้น ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 39 ประกอบมาตรา 25 แห่งพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 พร้อมรายละเอียดที่ระบุการเริ่มพักใช้ใบอนุญาตฯ และการสิ้นสุดการพักใช้ใบอนุญาตฯ หรือการถูกเพิกถอนใบอนุญาต
สกัดแพทย์โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง
การเปิดระบบตรวจสอบประวัติแพทย์ในการถูกพักและเพิกถอนใบอนุญาตฯ อาจเรียกว่าเป็นการ “คุ้มครองผู้บริโภค”ขั้นสูงของสภาวิชาชีพ เพราะดังที่ทราบก่อนหน้านี้ แม้แพทยสภาจะมีการพิจารณามีมติลงโทษแพทย์คนใด ไม่เคยเผยแพร่ “ชื่อแพทย์”มาก่อน ที่ผ่านมา แพทยสภามีข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วย การรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพกรรม ว่าด้วย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้แก่ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์ตามที่แพทยสภาประกาศกำหนด
- ห้ามแพทย์ รับเงิน /ประโยชน์ในลักษณะเพื่อโฆษณาจากผู้ประกอบธุรกิจ
- ห้ามแสดงตนในลักษณะที่ทำให้ทราบว่าเป็นแพทย์ เพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เว้นแต่แพทยสภาอนุญาต
- กรณีที่เป็นการประชุมวิชาการทางการแพทย์ อนุญาตให้ใช้ชื่อทางการค้าในการบรรยายให้บุคลากรทางการแพทย์/นักศึกษา
- ห้ามมิให้ใช้ชื่อทางการค่าหรือชื่ออื่นใด ในการให้ความรู้ทำนองโฆษณาผ่านสื่อ ทั้งทางตรง ทางอ้อม สื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่ประชาชน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากแพทยสภาก่อน
นอกจากนี้ แพทยสภายังมีการออกประกาศแพทยสภา เรื่อง เกณฑ์การกําหนดโทษทางจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับความผิด ในการเป็นผู้ดําเนินการสถานพยาบาล และความผิดต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพและการโฆษณา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ก.พ.2568
กรณี ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม(แพทย์) ซึ่งกระทําผิดข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรม แห่งวิชาชีพเวชกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ กําหนดโทษให้
- พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 6 เดือน
- กระทําผิดซ้ำครั้งที่สอง ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ปี
- กรณีกระทําผิดซ้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
กรณี ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งกระทําผิดข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรม แห่งวิชาชีพเวชกรรม โดยโฆษณา ใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ในลักษณะให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ โอ้อวดเกินความเป็นจริง หรือลักษณะอื่นใดเพื่อเจตนาให้ประโยชน์แก่ตน สถานพยาบาลซึ่งตนเป็นผู้ดําเนินการ หรือหน่วยงานใด ๆ รวมถึงการโฆษณาโดยผิดกฎหมาย หรือลามกอนาจาร กําหนดโทษให้
- พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 6 เดือน
- กรณีกระทําผิดซ้ำครั้งที่ 2 ให้พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ปี
- กรณีกระทําผิดซ้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ทั้งนี้ กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบชื่อแพทย์หญิงรายหนึ่งในระบบตรวจสอบของแพทยสภา พบว่า มีการถูกสั่ง “พักใช้ใบอนุญาต”มาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้น หากแพทยสภาตรวจสอบพบความผิดอีกจะเป็นครั้งที่ 3 จะต้องถูก “เพิกถอน”ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
แต่เหมือนว่าแพทย์หญิงรายดังกล่าว จะยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภาแล้ว ก่อนที่แพทยสภาจะมีการพิจารณาโทษในครั้งที่ 3 เนื่องจากสถานะปัจจุบันในระบบตรวจสอบ ขึ้นว่า “อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาการลาออกจากสมาชิกภาพ”
10 ปียอดร้องเรียนแพทย์พุ่งกว่า 4 เท่า
กเปิดระบบตรวจสอบประวัติแพทย์ถูกพักและเพิกถอนใบอนุญาตฯของแพทยสภานี้ นับเป็นการบทสะท้อนหนึ่งว่า “ปัญหาแพทย์ขาย รีวิวหรือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยข้อมูลเกินจริง หรือเป็นเท็จ”นั้น นับวันจะรุนแรงมากขึ้น และปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยความ “น่าเชื่อถือ”ของผู้ที่มีสถานะนำหน้า “นายแพทย์” หรือ “แพทย์หญิง” ย่อมสร้างมูลค่าแห่ง“ความน่าเชื่อถือ” ต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่องสำอาง
หากเจอ “แพทย์”ที่มีจริยธรรม จรรยาบรรณก็นับเป็นความโชคดีของผู้บริโภค แต่หากเจอ “แพทย์”บางคนที่ “เงินมาก่อนจรรยาบรรณ” อันตรายและความเสียหายก็ตกที่ผู้บริโภค
ย้อนไป 10 ปีนับตั้งแต่ ปี 2558 จำนวนเรื่องร้องเรียนแพทย์เข้ามายังแพทยสภาเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า
- ปี 2558 จำนวน 134 เรื่อง
- ปี 2559 จำนวน 153 เรื่อง
- ปี 2560 จำนวน 115 เรื่อง
- ปี 2561 จำนวน 216 เรื่อง
- ปี 2562 จำนวน 155 เรื่อง
- ปี 2563 จำนวน 174 เรื่อง
- ปี 2564 จำนวน 262 เรื่อง
- ปี 2565 จำนวน 266 เรื่อง
- ปี 2566 จำนวน 355 เรื่อง
- ปี 2567 จำนวน 476 เรื่อง
อนึ่ง ราว 50 % คือ เรื่องโฆษณาชวนเชื่อที่ผิดจริยธรรมของแพทย์





