สถาบันประสาทวิทยา ชี้โรคลมชักสามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ แนะวิธีปฐมพยาบาล “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง” เผย " 7 ดี" พฤติกรรมสุขภาพ
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมชักอยากจะวิ่งปีที่ 7 ว่า โรคลมชักเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ
โรคลมชักมีความหลากหลายทางอาการ บางอาการสังเกตยาก ทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคดังกล่าว จึงไม่ได้รักษา เช่น ภาวะเหม่อลอย เบลอ จำอะไรไม่ได้ชั่วขณะ หลายวินาทีจนถึงไม่กี่นาทีแล้วหาย ทำให้ไม่ทันสังเกต ถ้ามีอาการเหล่านี้ซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีอาการเกร็ง ชัก กระตุก ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา
นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ เช่น เกร็ง กระตุก ทำอะไรซ้ำ ๆ หยิบจับ ขยับมือ เคี้ยวปาก ตาลอย ทำให้บางครั้งคนทั่วไปอาจคิดว่าผีเข้าหรือเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ประมาณ 70 % ของผู้ป่วยโรคลมชักรักษาและควบคุมได้ด้วยยากันชัก ส่วนที่เหลือมักจะดื้อต่อการรักษาด้วยยากันชัก แต่ก็สามารถตรวจประเมินเพื่อให้การรักษาด้วยการผ่าตัดได้ โดยทีมแพทย์เฉพาะด้านโรคลมชัก
สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ เป็นศูนย์กลางในการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักขั้นสูงและครบวงจร ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมชักทุกประเภท ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง จากทั่วประเทศ และจัดกิจกรรมชักอยากจะวิ่งปีที่ 7 run for brain 2026 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลมชักอย่างถูกต้อง
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแนะนำในการบรรลุภารกิจ 7 พฤติกรรมสุขภาพ เพื่อสมองสุขภาพดี 7 Habits for a Healthy Brain ได้แก่
1.ออกกำลังกายดี ใครยังไม่เริ่ม ก็ต้องรู้สึกชักอยากจะเริ่ม และชักอยากจะวิ่ง
2.กินอาหารที่ดี มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ
3.นอนพักผ่อนดี และมีคุณภาพ หลีกเลี่ยงการนอนดึกหรือนอนน้อย
4.สุขภาพจิตดี ด้วยการทำใจให้สดชื่นแจ่มใจ เมื่อมีปัญหาเรื่องอารมณ์และสุขภาพจิต ก็ไม่รีรอที่จะปรึกษาแพทย์
5.คิดดี คิดเห็นตามความเป็นจริง ฝึกสมองด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบและถนัดอย่างต่อเนื่อง
6.ปฏิสัมพันธ์ดี ด้วยการยังพูดคุย สื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เพื่อให้สมองยังได้ใช้งาน ฝึกการแก้ปัญหาอยู่เสมอ
และ7.ดูแลสุขภาพดี ด้วยการหมั่นตรวจเช็คสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อมีโรค โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ก็รับประทานยาสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการดูแลโรคนั้น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เมื่อสามารถดำเนินการได้ดี ครบทั้ง 7 พฤติกรรมสุขภาพ จะช่วยให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ห่างไกลจากโรคทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างแน่นอน
ขณะที่กิจกรรมชักอยากจะวิ่ง ยังมีส่วนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคทางระบบประสาท ผ่านมูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา
สำหรับวิธีการพยาบาลโรคลมชักที่ถูกต้องคือ “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง” เพียงดูแลให้ผู้ป่วยชักอย่างปลอดภัย ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยขณะมีอาการชัก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น พลัดตก กระแทกของแข็ง ของมีคม ตกน้ำ หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ เป็นต้น
เมื่อผู้ป่วยหยุดชักจึงให้ผู้ป่วยนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อระบายน้ำลายหรือสารคัดหลั่งในปาก คลายเสื้อผ้าให้หลวม อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท ดูแลให้ความช่วยเหลือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวรู้เรื่องเป็นปกติ จึงค่อยถามไถ่ให้ความช่วยเหลือตามสถานการณ์ หากผู้ป่วยมีอาการชักเป็นครั้งแรก ชักนานกว่า 5 นาที หรือได้รับบาดเจ็บจากการชัก ให้นำส่งโรงพยาบาลหรือโทรฉุกเฉิน 1669 เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป





