สธ.ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางใกล้ชิด มีแผนรองรับดูแลสุขภาพผู้อพยพกลับ 3 มิติ "กาย-ใจ-โรคติดต่อ" ใน 4 สนามบิน พร้อมจัดโรงพยาบาลรับส่งต่อ จนถึงดูแลเมื่อกลับภูมิลำเนา
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2669 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงเตรียมความพร้อม ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการจัดทำแผนดูแลด้านสุขภาพกรณีเกิด เหตุการณ์ฉุกเฉิน ในต่างประเทศไว้แล้ว
โดยจะมีการประสาน สถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ประเมินระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ เพื่อพิจารณารูปแบบการช่วยเหลือ ภายใต้ 3 กรอบภารกิจคือ ประสานการดูแลระหว่างประเทศ รวมถึงระบบ Telemedicine, ดูแลผู้เดินทางกลับประเทศ ในมิติทางกาย สุขภาพจิต และโรคติดต่อ รวมถึงจัดให้มีโรงพยาบาลรับส่งต่อ ทั้งทางกายและสุขภาพจิต
ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะใช้แนวทางที่เคยดำเนินการเมื่อปี 2566 คือ
1.คัดกรองสุขภาพทางกาย โดยกรมการแพทย์ดูแลสนามบินดอนเมือง และ บน.6 ดอนเมือง (กองทัพอากาศ) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองดูแลสนามบินอู่ตะเภา
2.คัดกรองโรค โดยกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดูแล 3 สนามบิน และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ดูแลสนามบินอู่ตะเภา
3.คัดกรองสุขภาพจิต โดยกรมสุขภาพจิตดูแลใน 3 สนามบิน ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 ดูแลสนามบินอู่ตะเภา
4.โรงพยาบาลรับส่งต่อ โดยสถานพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์และกรมสุขภาพจิต
5.การดูแลสุขภาพต่อเนื่อง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลตามภูมิลำเนา
สำหรับกระบวนการดูแลคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จะผ่านจุดตรวจสุขภาพ/คัดกรองโรคก่อน กรณีบาดเจ็บจะส่งตรวจสุขภาพหรือพบแพทย์ กรณีอาการผิดปกติโรคติดเชื้อ จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจ โดยมี สถาบันบำราศนราดูร เตรียมห้องพักรองรับ
กรณีไม่มีอาการผิดปกติ จะเข้าสู่การประเมินสุขภาพจิตและเยียวยาจิตใจ ก่อนประสานกรมการจัดหางานดูแลสิทธิประโยชน์/สิทธิแรงงานไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ความช่วยเหลือด้านสังคมและเดินทางกลับภูมิลำเนา





