วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กสิกรไทยจัด 8 เรื่องสุขภาพเป็น S-Curve Win 'ไฮ-เทค' ผสาน 'ลองจิวิตี้'

กสิกรไทยจัด 8 เรื่องสุขภาพเป็น S-Curve Win 'ไฮ-เทค' ผสาน 'ลองจิวิตี้'

กสิกรไทยเผยระบบสุขภาพไทย ลงทุนเพื่อการป้องกันเพียง 10.7 % ส่วนงบฯรักษากว่า 89  % ยก 8 เรื่องสุขภาพ S-Curve Win ผสาน “ไฮ-เทค”เข้ากับ”ลองจิวิตี้”

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ภายในงานประชุมวิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งชาติ ประจำปี  พ.ศ.2569  จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย ปาฐกถา เรื่อง “เรื่องเล็กๆที่สร้างเศรษฐกิจใหญ่ : พลังของผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย”ว่า  3 ระดับของสุขภาพสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น ได้แก่ สุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health) สุขภาพสาธารณะ (Public Health) ที่ต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศ การขาดแคลนน้ำสะอาด และโรคระบาดใหม่ ๆ

และ สุขภาพของโลก (Planetary Health) ที่ครอบคลุมถึงปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ความแห้งแล้ง มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นระบบสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health Systems

“เรื่องสุขภาพต้องมองในมิติที่กว้างขึ้น โดยสุขภาพไม่ใช่เพียงเรื่องของการดูแลรักษาทางการแพทย์ (Healthcare)เท่านั้น แต่คือการดูแลและใส่ใจในทุกมิติ (Health and CARE) ที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียว”

ไทยลงทุนเพื่อการป้องกันเพียง 10.7 %

สำหรับประเทศไทยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพพุ่งสูงขึ้น จากเดิมในปี 2557 ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5.8 แสนล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 9.4 แสนล้านบาทในปี 2567 หรือคิดเป็น 5 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) นอกจากนี้ ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ โรค NCDs ยังได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้กับไทยอย่างมหาศาล โดยคิดเป็นมูลค่าถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10 %ของ GDP

ขณะที่ ระบบสาธารณสุขไทยมีการลงทุนด้านสุขภาพ" (Thailand's Health Investment Reality) ซึ่งพบว่าในปัจจุบัน งบประมาณส่วนใหญ่กว่า 89.3 % ถูกใช้ไปกับการรักษา (Treatment) ส่วนการลงทุนเพื่อการป้องกัน (Prevention) เพียง 10.7 % เท่านั้น

 ก้าวข้ามข้อจำกัด "Iron Triangle"

การจะก้าวข้ามข้อจำกัดของสามเหลี่ยมเหล็ก หรือ "Iron Triangle"ของระบบสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย การเข้าถึง (Access) ต้นทุน (Cost) และคุณภาพ (Quality) จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมมาเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว (Lifespan) ไปสู่การมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Health Span) อย่างแท้จริง  จึงต้องคิดใหม่เกี่ยวกับ “ระบบสุขภาพ” โดยเฉพาะ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1.นโยบายและกรอบงาน   ต้องบูรณาการที่เชื่อมโยงสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม

2.ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม  การนำไปใช้และการขยายผลของเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมทั่วทั้งระบบ
3.การกำกับดูแล สถาบันที่แข็งแกร่งและรูปแบบทางการเงินที่ยั่งยืนต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

สร้างผลลัพธ์แบบ Triple Win

ทั้งนี้ การคิดใหม่เกี่ยวกับระบบสุขภาพ และการปรับบทบาทใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ที่จะไม่ใช่เพียงการเป็นผู้ควบคุมกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่จะก้าวขึ้นมาเป็น "ผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรม" เพื่อแก้ปัญหา Pain Points ของประเทศ โดย อย.ควรวางยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยน "ภาระ" ให้กลายเป็น "ผลตอบแทน" นำไปสู่การสร้างผลลัพธ์แบบ Triple Win ประกอบด้วย 

  • S-Curve Win : การสร้างอุตสาหกรรมนวัตกรรมสุขภาพให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
  • Productivity Win: เพิ่มประสิทธิภาพของประชากรวัยทำงานให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว (Health Span)
  • Fiscal Win: ลดภาระทางการคลังจากการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคและการนำเข้ายาจากต่างประเทศ

8 เรื่องสุขภาพ ที่เป็น  S-Curve Win

การปรับระบบสุขภาพใหม่สามารถขยายขนาดและนำพาประเทศไทยไปสู่การเติบโตแบบ S-Curve รูปแบบใหม่ได้ โดยนำมาทำเป็นกราฟในส่วนแกน Y เป็นเทคโนโลยี(High-Tech) และ แกน X เป็นเรื่องการมีอายุยืนยาวแบบสุขภาพดี(Longevity) ก็จะแบ่งเป็น 4 ส่วน ซึ่งสามารถเลือกได้ตามกำลังความรู้ความสามารถที่มีอยู่  โดยส่วนแรกที่มองเป็น S-Curve Win จะเป็นเรื่องของ  “ยาที่มีความแม่นยำ(The Precision Medicine)” ได้แก่ 

  • สปาทางการแพทย์ 
  • ศูนย์นาโนเมดิซีน
  • ศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยพลังของเอไอ
  •  จีโนมิกส์
  •  โรงพยาบาลผ่าตัดเฉพาะทาง  
  • ยาที่แม่นยำ
  •  ยีนบำบัด
  • และศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ระยะไกล

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 S-Curve ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน  ได้แก่  ไบโอแฮ็กกิ้ง(Biohacking)/การมีอายุยืนยาวแบบสุขภาพดี(Longevity) เช่น  ยาจากพืช เรือสำราญเวลเนส สปาของโรงแรม คลินิกความงาม  ศุนย์ออกกำลังกาย  ,  Experience-based wellness ที่มีฐานจากมรดกวัฒนธรรม เช่น ต้มยำกุ้ง  ยาสมุนไพร ค่ายมวยไทย  โยคะรีทรีท และ การสร้างพื้นที่เพื่อการฟื้นฟูจิตใจ (Restorative Sanctuary) ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มพนักงานรายได้สูงและผู้บริหารระดับสูงต้องการเพื่อดูแลรักษาสุขภาพจิตใจ

“ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยโดดเด่นในระดับโลกคือ "จิตวิญญาณการบริการ หรือ Hospitality ซึ่งถือเป็น DNA ที่แข็งแรงมากของคนไทย จากการเปรียบเทียบกับประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทยถึง 5.7 เท่า พบว่ามาตรฐานการบริการของไทยยังคงก้าวล้ำไปไกลกว่ามาก แม้ระดับเศรษฐกิจจะต่างกัน ดังนั้น การนำความแข็งแกร่งด้านการบริการมาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ จะกลายเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่”