วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สั่ง ‘ชงหวานน้อย’ เทรนด์ฮิตผู้บริโภค ทำได้ 10 วันขึ้นไปลิ้นจะผลัดเซล์รับรสหวาน

สั่ง ‘ชงหวานน้อย’ เทรนด์ฮิตผู้บริโภค  ทำได้ 10 วันขึ้นไปลิ้นจะผลัดเซล์รับรสหวาน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้เปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50 % โดยมุ่งหวังคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลลง เพราะน้ำตาลถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรค NCDs) อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด เบื้องตนมีบริษัทผู้ประกอบการรายสำคัญ 7 บริษัท 9 แบรนด์ แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการปรับสูตรความหวานตามมาตรฐานใหม่ทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน มากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก หรือฮู(WHO)ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่ ปี 2563  ได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย “หวานน้อยสั่งได้” มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค โดยข้อมูลจากความร่วมมือกับบริษัทไลน์แมน พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยสามารถลดการใช้น้ำตาลลงได้กว่า 120 ตัน และในปี 2568 พบว่า ประชาชนสั่งเครื่องดื่มหวานน้อยสูงถึง 75 %

การปรับมาตรฐานความหวานของเครื่องดื่มชง “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%” เพื่อลดระดับความหวานพื้นฐานลงครึ่งหนึ่ง ช่วยปรับความคุ้นชินด้านรสชาติของประชาชนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้การลดหวานทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

10 วันขึ้นไป ลิ้นผลัดเซลล์รับรสหวาน

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ให้ข้อมูลว่า  การผลัดเซลล์รับรสของลิ้น สำหรับรสหวาน เฉลี่ยแล้ว 14 วัน ดังนั้น  เมื่อสั่งหวาน 50% จาก 100% แล้วรู้สึก “ไม่อร่อย” จึงเป็นเรื่องปกติ หากทำได้เกิน 10 วันขึ้นไปการลดหวาน ลดน้ำตาลลงครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการ “หวานปกติ เท่ากับ 50%” มีข้อดี

  • ตัดวงจร "หน้าแก่ก่อนวัย"  ลดปริมาณน้ำตาลที่จะไปทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ "หน้าเด็กนานขึ้น ผิวไม่เหี่ยวเร็ว และลดการอักเสบของสิว" ได้อย่างชัดเจน
  • บอกลาอาการ "ดีดแล้วดับ" เมื่อค่าน้ำตาลในเลือดมั่นคงขึ้น ทำให้มี "สมาธิทำงาน หรือ เรียนได้นานขึ้น ไม่หงุดหงิดง่าย และไม่รู้สึกเพลียร่างตอนบ่าย"
  • ลดพุงหมาน้อย  น้ำตาลลดลงครึ่งหนึ่งในทุกแก้ว ช่วยให้ "หน้าท้องยุบลง ตัวไม่บวมน้ำ และรูปร่างกระชับขึ้น" โดยไม่ต้องเน้นการออกกำลังกายที่หนักกว่าเดิม
  • กู้คืน "ลิ้น ในการรับรสชาติ"  สั่งหวาน 50% คือ จุดกึ่งกลางในการฝึก "ลดระดับความคุ้นชินของลิ้น" (Desensitization) เมื่อทำต่อเนื่อง ลิ้น จะเริ่มรับรสธรรมชาติจากผลไม้ หรือ ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้อาหารคลีน หรือ หวานน้อยกว่า 50% อร่อยขึ้น
  • ตับและตับอ่อน ได้พักร้อน  การลดภาระให้ตับและตับอ่อน (ที่ผลิตอินซูลิน) ลงครึ่งหนึ่ง ช่วยลดความเสี่ยงไขมันพอกตับและเบาหวานในอนาคต ทำให้ "ระบบเผาผลาญ (Metabolism) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

น.ส.วินิดา มังกรกา นายกสมาคมกาแฟไทย กล่าวแสดงเจตนารมณ์ว่า สมาคมกาแฟไทยและสมาชิกทุกรายมีความยินดีอย่างยิ่งที่ในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ เนื่องจากมองว่าการดูแลสุขภาพเป็นนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน โดยสมาคมพร้อมจะให้การสนับสนุนและช่วยผลักดันสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “หวานปกติเท่ากับ 50%” เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงตามเป้าหมายของกรมอนามัย

ยอดขายเมนูหวานน้อยแนวโน้มเพิ่มขึ้น

น.ส.ณิภาภรณ์ จักรพิทักษ์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด (อินทนิล) กล่าวว่า อินทนิลให้ความสำคัญกับการมอบสุขภาพที่ดีและยั่งยืนให้กับลูกค้าผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพและเมนูที่เป็นมิตรกับสุขภาพมาโดยตลอด เช่น เมนูแพลนต์เบส และเมนูมัจฉะหวาน 0% ที่ได้รับความนิยมสูง

“ยอดขายเมนูหวานน้อยของอินทนิลมีสัดส่วนถึง 30 %และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ อินทนิลพร้อมร่วมรณรงค์ผ่านการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใหม่ในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้การสั่งหวาน 50% กลายเป็นมาตรฐานใหม่ตามคำแนะนำของกรมอนามัยอย่างเป็นรูปธรรม”

นายประวิทย์ จิตนราพงศ์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การปรับลดความหวานในเครื่องดื่มทุกชนิดลง จะช่วยให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้านสุขภาพโดยไม่เสียคุณภาพและรสชาติแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนด้านวัตถุดิบน้ำตาลและลดภาระการทำงานของพนักงานด้วย

“อเมริกาโนที่ไม่ใส่น้ำตาล เป็นเมนูที่ขายดีที่สุด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และแบล็คแคนยอนพร้อมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย”

สั่ง ‘ชงหวานน้อย’ เทรนด์ฮิตผู้บริโภค  ทำได้ 10 วันขึ้นไปลิ้นจะผลัดเซล์รับรสหวาน

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า แบรนด์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับคนไทยผ่านการคัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาโดยตลอด การที่ภาครัฐประกาศนโยบายหวานปกติเท่ากับ 50% ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น และกาแฟพันธุ์ไทยมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องดื่มที่ยังคงความอร่อย แต่ดีต่อสุขภาพเพื่อเป็นของขวัญให้คนไทย

“จากข้อมูลการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า คนไทยเริ่มกังวลเรื่องปริมาณน้ำตาลมากขึ้น แต่ยังคงต้องการความอร่อย ทางบริษัทจึงกำหนดนโยบายให้ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดปริมาณน้ำตาลลงในทุกเมนูใหม่ โดยตั้งแต่ปีที่ผ่านมาได้ยกเลิกการใส่ไซรัปในเมนูอเมริกาโน่เป็นมาตรฐาน เว้นแต่ลูกค้าจะร้องขอ”สุขวสากล่าว   

นายอาร์ม ปานยงค์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เค.วี.เอ็น. อิมปอร์ต เอกซ์ปอร์ต (1991) จำกัด (ชาวดอย) กล่าวว่า  ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มมานานกว่า 20 ปี แบรนด์ให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำจากเกษตรกรไทยภาคเหนือจนถึงกระบวนการชง ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้นและเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ส่งผลให้สัดส่วนการสั่งเครื่องดื่มหวานน้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ชาวดอยเชื่อมั่นว่ารสชาติที่อร่อยกับสุขภาพที่ดีสามารถเดินไปพร้อมกันได้ การปรับลดความหวานลง 50% จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยให้เปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนและช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในระยะยาว”

สั่ง ‘ชงหวานน้อย’ เทรนด์ฮิตผู้บริโภค  ทำได้ 10 วันขึ้นไปลิ้นจะผลัดเซล์รับรสหวาน

ร่วมยกระดับสุขภาพที่ดีคนไทย

ขณะที่นายฐิติ สุวรรณศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจคาเฟ่อเมซอนต่างประเทศ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ระบุว่า คาเฟ่อเมซอนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคผ่านโครงการนี้ ซึ่งการปรับปรุงและกำหนดมาตรฐานระดับความหวานของเครื่องดื่มภายในร้านให้สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนดใหม่

โดยคาเฟ่ อเมซอน ได้คัดเลือกเมนู “ไอซ์ อเมริกาโน” เข้าร่วมโครงการ โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569 ในสาขาที่มีเมนู Premium Selected Cup เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างทางเลือกสุขภาพที่ดี

นายโตมร จันทรา ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนครั้งนี้ได้ส่ง 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ ออลล์ คาเฟ่, คัดสรร และเบลลินี่ เข้าร่วมภายใต้กรอบนโยบายหวานปกติเท่ากับ 50% ผ่านเมนูเครื่องดื่มชงภายในร้าน เชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับสุขภาวะของประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน

สุดจิตรา พรหมโลก ผู้จัดการอีเวนต์กาแฟนอกสถานที่ บริษัท อินเตอร์ คอปอเรชัน จำกัด กล่าวว่าในฐานะที่เป็นทั้งผู้ผลิต จัดจำหน่ายอุปกรณ์ และสถาบันการเรียนรู้ด้านกาแฟ อินเตอร์คอปมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนแนวทางการลดบริโภคน้ำตาลผ่านการพัฒนาสูตรการชงและแนวทางการสอนให้แก่ผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศ

ด้วยความเชื่อว่าสุขภาพที่ดีไม่ควรขัดแย้งกับรสชาติที่ถูกใจ จึงพร้อมเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยด้วยการพัฒนาสูตรการชงยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ รสชาติ และสุขอนามัยที่ดี เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย