วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้

‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้

ประเทศไทยมีความตื่นตัวและความก้าวหน้าด้านการแพทย์แม่นยำและการตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจบางกลุ่มพยายามจูงใจให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับบริการ”ตรวจยีน” เพื่อหาว่าเด็กมีพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษ

เป็นสิ่งที่ได้รับกระแสความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งผู้ปกครองและสถานศึกษา ด้วยหวังจะนำข้อมูลมาส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้ตรงจุด โดยมีค่าตรวจอยู่ที่ราว 5,000-10,000 บาท

แต่ข้อมูลเรื่องระบุพรสวรรค์เด็กจากการตรวจยีนนี้ “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” กลับให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่อาจเชื่อถือได้”

“หน่วยพันธุกรรม” หรือ “ยีน” (Gene) ถือเป็นตัวกำหนดให้คนมีความแตกต่างกัน โดยแต่ละคนมีประมาณ 25,000 ยีน ในยีนจะเรียงรายด้วยรหัสอักษรที่เรียกว่า “รหัสพันธุกรรม” ซึ่งมีมากกว่า 3000 ล้านคู่ตัวอักษร โดยรหัสพันธุกรรมแต่ละคนจะเหมือนกันกว่า 99% มีเพียง 1% เท่านั้นที่ต่างกัน ทำให้มีสีผม หน้าตา รูปร่าง ที่แตกต่างกัน ถ้ารหัสพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งที่สำคัญ อาจทำให้เกิดโรคได้

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรหัสพันธุกรรมของยีนบางตำแหน่ง ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะก่อโรคจริงหรือไม่ การส่งตรวจยีนจึงจำเป็นที่การตรวจควรต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์ในสาขาพันธุเวชศาสตร์
คำแนะนำปัจจุบันของสมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์การแพทย์ จึงยังไม่แนะนำการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อค้นหาหรือทำนายพรสวรรค์และสติปัญญา เพราะนอกจากจะยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว อาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบได้มากมายอีกด้วย

ตรวจยีน ไม่บ่งบอกพรสวรรค์เด็ก

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์  ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า  ปัจจุบันมีการพยายามชักชวนให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปตรวจยีนเพื่อดูเรื่องพรสวรรค์ ซึ่งจากที่สวรส.ดำเนินงานโครงการ “จีโนมิกส์ไทยแลนด์ (Genomic Thailand)” ทำให้รู้ข้อมูลว่า “การตรวจนี้มันไม่จริง”

อันตรายที่สำคัญหากไปเชื่อผลตรวจนั้นมากๆ  ก็จะส่งผลต่อเด็กแทนที่จะถูกพัฒนาตามความจำเป็นที่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นบังคับหรือตีกรอบให้ลูกต้องเดินในเส้นทางที่ผลตรวจยีนบอกว่า "เก่ง" เช่น ลูกตรวจออกมาบอกว่าเก่งคณิตศาสตร์ ควรจะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์  จนละเลยทักษะด้านอื่นที่เด็กอาจจะมีความชอบหรือทำได้ดีกว่าในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้

"บีโทเฟน" รหัสพันธุกรรมด้านดนตรีต่ำ

ยกตัวอย่าง งานวิจัย ในเยอรมนี เกี่ยวกับ "บีโทเฟน" คีตกวีเอกของโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้นำ“เส้นผม”ของบีโทเฟนมาสกัดตรวจรหัสพันธุกรรม เพื่อประเมินทักษะทางดนตรีตามเกณฑ์การตรวจยีนในปัจจุบัน

ผลปรากฏว่าคะแนนพันธุกรรมด้านดนตรีของบีโทเฟนนั้นต่ำกว่า 10% แย่กว่าคนทั่วไป แสดงว่ายีนไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์ด้านดนตรี ซึ่งหากยุคนั้นแม่ของบีโอเฟนเชื่อผลตรวจนี้ อาจไม่ได้ส่งเสริมให้เขาเรียนดนตรีตั้งแต่ต้น โลกอาจจะไม่มีนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่อย่างบีโทเฟน

นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกว่า  แม้แต่ฝาแฝดไข่ใบเดียวกันที่มีพันธุกรรมเหมือนกันเกือบ 100% หากถูกแยกไปเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ก็จะมีระดับสติปัญญาและความฉลาดที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว สิ่งนี้พิสูจน์ว่ายีนเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเดียวของชีวิตมนุษย์เท่านั้น แต่ก็มีบางเรื่องที่ยีนมีส่วนเกี่ยวข้อง

 เช่น กรณีของการมียีนที่ทำให้ตาบอดแต่กำเนิด อย่างที่โครงการจีโนมิกส์ไทยแลนด์ ได้ให้การตรวจยีนที่มารดาตั้งครรภ์ที่ 3 แล้วต้องการยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากลูก 2 คนแรกนั้นตาบอดทั้งคู่ จึงกลัวว่าคนที่3จะตาบอดด้วย แต่เมื่อมีการตรวจยีนแล้วพบว่า ครรภ์ที่ 3 ไม่มียีนที่ทำให้ตาบอด ก็ให้ความมั่นใจกับมารดาในการตั้งครรภ์ที่ 3 ต่อไป

หรือมียีนที่ทำให้กล้ามเนื้อคุณมากกว่าปกติ มีโครงสร้างกล้ามเนื้อที่เหมาะกับการเป็นนักวิ่ง ตรงนี้ก็ผลเพียง 25-30% แต่ไม่ใช่ปัจจัยตัดสินแบบเด็ดขาด (Absolute) ว่าคนนั้นจะต้องประสบความสำเร็จในด้านดนตรีหรือคณิตศาสตร์ เพราะการเรียนรู้ การฝึกฝน และสิ่งแวดล้อมสำคัญกว่าพันธุกรรมมาก

เข้าข่ายให้ข้อมูลไม่ครบ-ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

“พรสวรรค์เป็นสิ่งที่วัดไม่ได้ด้วยยีน  ขอให้ผู้ปกครองใช้วิจารณญาณในการเลือกรับบริการ การส่งเสริมลูกหลานควรเน้นไปที่การสังเกตความชอบตามธรรมชาติและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มากกว่าการฝากความหวังไว้กับผลการตรวจเลือดหรือดีเอ็นเอที่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับในเชิงพรสวรรค์”นพ.ศุภกิจกล่าวย้ำ  

นพ.ศุภกิจ กล่าวด้วยว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กำลังเร่งติดตามและตรวจสอบคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีการโฆษณาในเรื่องการตรวจยีนเพื่อวัดพรสวรรค์ เนื่องจากเป็นการจูงใจด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ธุรกิจมักมีการเลี่ยงกฎหมายโดยใช้คำว่าตรวจ "พรสวรรค์" แทนการระบุว่าเป็นเรื่องทางการแพทย์ เพื่อให้ยากต่อการเอาผิด
‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้

ไม่อาจเชื่อถือได้ ไม่เกิดผลประโยชน์

สอดรับกับที่ อ. พญ.กนกพรรน ชูโชติถาวร สาขาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลผ่าน @Rama เดือนมกราคม 2569 ว่า ทักษะทางพัฒนาการและสติปัญญาของคนคนหนึ่ง เกิดจากส่วนประกอบที่หลากหลาย ทั้งปัจจัยภายในทางร่างกายและระบบประสาท รวมถึงปัจจัยภายนอกจากการเลี้ยงดู ประสบการณ์ การฝึกฝนและสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลทางพันธุกรรมจึงเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งจากปัจจัยมากมายเท่านั้น รวมถึงข้อมูลทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสติปัญญายังมีองค์ประกอบที่หลากหลาย เป็นการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบและกระบวนการที่หลากหลาย ซึ่งการตรวจสารพันธุกรรมเพียงอย่างเดียวไม่อาจครอบคลุมข้อมูลทั้งหมดได้ แตกต่างจากการตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่มักทราบว่าต้องการตรวจหาการขาดหายหรือส่วนเกินในตำแหน่งใดโดยจำเพาะ

“ปัจจุบันจึงยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ใดที่สรุปได้ว่าข้อมูลดังกล่าวสามารถทำนายทักษะและพรสวรรค์ของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อมูลที่ได้รับมาไม่อาจเชื่อถือได้ และไม่เกิดผลประโยชน์ที่ชัดเจนใด ๆ จากการตรวจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”อ.พญ.กนกพรรนระบุ

นอกจากนี้ ยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบของการทำนายที่ผิดพลาดจากข้อมูลทางพันธุกรรม ดังนั้น หากผู้ปกครองหรือโรงเรียนได้รับผลการตรวจแล้วปรับการเลี้ยงดูส่งเสริมไปตามข้อมูลที่ได้รับเพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิด การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม ทำให้เด็กเสียโอกาสในการเรียนรู้และขาดประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการและสติปัญญาในระยะยาวมากกว่าข้อมูลทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว