สปสช.เผยผลงาน ปี 2568 บัตรทองดูแลผู้สูงอายุ จัดบริการครบวงจร ทั้งสร้างเสริมสุขภาพ รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ครอบคลุมผู้สูงอายุไทย 11.09 ล้านคน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” (Complete-Aged Society) โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย ลดภาระค่าใช้จ่าย และลดความกังวลของลูกหลานและครอบครัว
ปัจจุบันมีผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เป็นผู้สูงอายุกว่า 11.09 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 23.64 ของผู้ใช้สิทธิบัตรทองทั้งหมด โดยผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยจึงไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่เป็นการลงทุนทางสังคมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในระยะยาว
ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคีเครือข่าย ได้ขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุในหลายมิติ โดยเฉพาะ
- การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (Elderly Screening) ครอบคลุม 9 ด้านสำคัญ อาทิ การมองเห็น การได้ยิน การทำงานของความจำ สุขภาพช่องปาก และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ส่งผลให้มีผู้สูงอายุเข้ารับบริการคัดกรองแล้วกว่า 10.208 ล้านคน ช่วยให้สามารถค้นหาความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี FIT test ในกลุ่มเสี่ยงอายุ 50–70 ปี กว่า 1.377 ล้านคน เพื่อให้ผู้ที่พบความผิดปกติสามารถเข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต
- สนับสนุนสิทธิประโยชน์การผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การผ่าตัดต้อกระจกจำนวน 179,074 ครั้ง ซึ่งรวมการผ่าตัดป้องกันตาบอด 79,494 ครั้ง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม 17,371 ครั้ง และการใส่ฟันเทียม 59,434 ราย ช่วยให้ผู้สูงวัยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีศักดิ์ศรี
ขณะเดียวกัน สปสช. ยังร่วมกับ อปท. และหน่วยบริการในพื้นที่ ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย ผ่านระบบการดูแลระยะยาวและการดูแลแบบประคับประคอง ส่งผลให้มีผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข 456,695 คน ผู้มีปัญหาขับถ่ายได้รับการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ 101,430 คน และผู้ป่วยระยะท้ายได้รับบริการดูแลแบบประคับประคอง 80,585 คน เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานและคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
“จากแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สปสช. จะเดินหน้าพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวจ้อง เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับสังคมสูงวัยสมบูรณ์ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นพ.จเด็จกล่าว





