วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สิทธิ 'บัตรทองผู้สูงอายุ' จัดบริการครบวงจร ปี 68 กว่า 11.09 ล้านคน 

สิทธิ 'บัตรทองผู้สูงอายุ' จัดบริการครบวงจร  ปี 68 กว่า 11.09 ล้านคน 

สปสช.เผยผลงาน ปี 2568 บัตรทองดูแลผู้สูงอายุ จัดบริการครบวงจร ทั้งสร้างเสริมสุขภาพ รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ครอบคลุมผู้สูงอายุไทย 11.09 ล้านคน 

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” (Complete-Aged Society) โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย ลดภาระค่าใช้จ่าย และลดความกังวลของลูกหลานและครอบครัว

ปัจจุบันมีผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เป็นผู้สูงอายุกว่า 11.09 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 23.64 ของผู้ใช้สิทธิบัตรทองทั้งหมด โดยผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศมาอย่างยาวนาน การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยจึงไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่เป็นการลงทุนทางสังคมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในระยะยาว

ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคีเครือข่าย ได้ขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุในหลายมิติ โดยเฉพาะ

  • การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (Elderly Screening) ครอบคลุม 9 ด้านสำคัญ อาทิ การมองเห็น การได้ยิน การทำงานของความจำ สุขภาพช่องปาก และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ส่งผลให้มีผู้สูงอายุเข้ารับบริการคัดกรองแล้วกว่า 10.208 ล้านคน ช่วยให้สามารถค้นหาความเสี่ยงและดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี FIT test ในกลุ่มเสี่ยงอายุ 50–70 ปี กว่า 1.377 ล้านคน เพื่อให้ผู้ที่พบความผิดปกติสามารถเข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรคและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต
  •  สนับสนุนสิทธิประโยชน์การผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การผ่าตัดต้อกระจกจำนวน 179,074 ครั้ง ซึ่งรวมการผ่าตัดป้องกันตาบอด 79,494 ครั้ง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม 17,371 ครั้ง และการใส่ฟันเทียม 59,434 ราย ช่วยให้ผู้สูงวัยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัวและมีศักดิ์ศรี

ขณะเดียวกัน สปสช. ยังร่วมกับ อปท. และหน่วยบริการในพื้นที่ ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและผู้ป่วยระยะท้าย ผ่านระบบการดูแลระยะยาวและการดูแลแบบประคับประคอง ส่งผลให้มีผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข 456,695 คน ผู้มีปัญหาขับถ่ายได้รับการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ 101,430 คน และผู้ป่วยระยะท้ายได้รับบริการดูแลแบบประคับประคอง 80,585 คน เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานและคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

“จากแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สปสช. จะเดินหน้าพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวจ้อง เพื่อให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับสังคมสูงวัยสมบูรณ์ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นพ.จเด็จกล่าว