background-default

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ความอ้วน’ เพิ่มเสี่ยง ‘โรคมะเร็ง’ 13 ชนิด ชูพืชผักพื้นบ้านต้านอนุมูลอิสระ

‘ความอ้วน’ เพิ่มเสี่ยง ‘โรคมะเร็ง’ 13 ชนิด ชูพืชผักพื้นบ้านต้านอนุมูลอิสระ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก  (World Cancer Day) ซึ่งปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเป็นโรคมะเร็ง คือ “ความอ้วน” ที่เพิ่มเสี่ยงถึง 13 ชนิด มากที่สุดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก 7 เท่า

ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567-2568 (สำรวจทุก 5 ปี) ในหัวข้อ “สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ของไทย แนวโน้มและข้อเสนอเชิงนโยบาย”ภายใต้การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย (National Health Examination Survey : NHES)

เก็บข้อมูลแบบรายบุคคล จากประชากรตัวอย่างประมาณ 30,000 คน ครอบคลุม 21 จังหวัดทุกภูมิภาค พบว่า คนไทยภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ที่ 45% หรือ 27.4 ล้านคน

อ้วนเพิ่มเสี่ยงมะเร็ง 13 ชนิด 

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ  ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความอ้วน เพิ่มความเสี่ยง โรคมะเร็งได้ถึง 13 ชนิด ได้แก่

1.เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง 1.5 เท่า

2.มะเร็งหลอดอาหาร ชนิดอะเดโนคาร์ซิโนมา 4.8 เท่า

3.มะเร็งตับ 2 เท่า

4.มะเร็งไขกระดูก มัยอิโลมา 1.2 เท่า

5.มะเร็งไต 2 เท่า

6.มะเร็งรังไข่ 1.1 เท่า

7.มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก 7 เท่า

8.มะเร็งต่อมไทรอยด์ 1.3 เท่า

9.มะเร็งลำไส้ใหญ่ 1.3 เท่า

10.มะเร็งเต้านม 1.4 เท่า

11.มะเร็งกระเพาะอาหารส่วนบน 2 เท่า
12.มะเร็งตับอ่อน 1.5 เท่า
13.มะเร็งถุงน้ำดี 1.6 เท่า 

นอกจากนี้ ความอ้วนทำให้อายุสั้น โดยความอ้วนสัมพันธ์กับการหดสั้นของเทโลเมียร์มากขึ้น (เทโลเมียร์ คือ ส่วนปลายสุดของโครโมโซม เมื่อร่างกายยิ่งแก่จะยิ่งสั้น) โดยมาจากการมีมวลไขมันมาก การผลิตอนุมูลอิสระ ผู้ที่มีโรคอ้วนมีความยาวเทโลเมียร์สั้นลงเทียบเท่า 8.8 ปีของชีวิต
‘ความอ้วน’ เพิ่มเสี่ยง ‘โรคมะเร็ง’ 13 ชนิด ชูพืชผักพื้นบ้านต้านอนุมูลอิสระ

ยิ่งดื่ม ยิ่งเสี่ยงมะเร็ง

ขณะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศจย.) เปิดเผยข้อมูลว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งหลายชนิด โดยงานวิชาการชี้ชัดว่า การบริโภคแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งช่องปากและลำคอ ,มะเร็งกล่องเสียง ,มะเร็งหลอดอาหาร,มะเร็งตับ,มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นมะเร็งที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของคนไทย

กลไกที่แอลกอฮอล์ก่อมะเร็ง เมื่อร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์ (Ethanol) จะเกิดสาร Acetaldehyde ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อ DNA และยับยั้งการซ่อมแซม DNA เพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์อย่างผิดปกติ ทำให้ระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกายบกพร่อง เพิ่มความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักเกิน เนื่องจากพลังงานส่วนเกินจากแอลกอฮอล์

“การลดหรือเลิกดื่ม” ช่วยลดความเสี่ยงได้หลักฐานทางวิชาการพบว่า การลดหรือเลิกบริโภคแอลกอฮอล์ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งช่องปาก ,มะเร็งหลอดอาหาร และยังไม่มีหลักฐานว่าไวน์แดงหรือไวน์ขาวช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งต่อมลูกหมากแต่อย่างใด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ควรงดหรือจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจเพิ่มความรุนแรงของอาการข้างเคียงจากการรักษา ลดประสิทธิภาพของยา ทำให้ตับทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ หรือเกิดมะเร็งชนิดใหม่

พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านต้านอนุมูลอิสระ

นายวรโชติ  สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันร่างกายของคนเราต้องเผชิญกับมลภาวะ ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิด "อนุมูลอิสระ" ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ เกิดการอักเสบ และนำไปสู่  โรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง

การเลือกรับประทานสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจึงเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรค ซึ่งสมุนไพรใกล้ตัว โดยเฉพาะพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ที่อยากแนะนำให้ประชาชนรับประทาน เพื่อช่วยให้สุขภาพห่างไกลมะเร็ง โดยมีสรรพคุณแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1) กลุ่มวิตามินซีและภูมิคุ้มกัน เช่น มะขามป้อม มีวิตามินซีสูง สรรพคุณ แก้ไอ , ผักติ้ว ช่วยต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมภูมิคุ้มกัน

2) กลุ่มดูแลระบบเลือดและน้ำตาล เช่น กระเทียม  ช่วยลดไขมันในเลือด  มะระขี้นก ลดน้ำตาลในเลือด ข้อควรระวังห้ามรับประทานผลสุก

3) กลุ่มระบบย่อยอาหาร เช่น ขมิ้นชัน แก้ท้องอืด , กลุ่มสมุนไพรรสร้อน เช่น ตะไคร้ โหระพา กระชาย และข่า ช่วยขับลม กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เป็นต้น
สำหรับเมนูอาหารที่แนะนำสุขภาพ ได้แก่ น้ำพริกมะขามป้อมพร้อมผักเคียง แกงป่ามะระขี้นก  ต้มยำโป๊ะแตก และไก่ต้มขมิ้นฟัก

“สมุนไพรเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่ยารักษามะเร็ง ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างการรักษาควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรทุกครั้ง”

นอกจากนี้ แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตาม “หลักธรรมานามัย”การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย

  • กายานามัย การมีสุขภาพกายที่แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น ฤๅษีดัดตน โยคะ ไทเก็ก หรือการทำงานบ้านเบา ๆ ควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด หรือมันจัด
  • จิตตานามัย การดูแลสุขภาพใจ ด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิ หรือภาวนา เพื่อช่วยลดความตึงเครียด สร้างความสงบ และลดการกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระจากความเครียด
  • ชีวิตานามัย การดำเนินชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น การอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่สะอาด งดการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังและโรคมะเร็ง