สปสช. ยืนยันอัตราจ่ายผู้ป่วยในปี 2569 อยู่ที่ 8,350 บาทต่อ RW แจงตัวเลข 3,505 เป็นเกณฑ์เฉพาะ สธ. หลังหักเงินเดือน เตรียมเปิดโครงสร้างการจ่ายให้เข้าใจตรงกัน
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชี้แจงถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจ่ายค่าบริการผู้ป่วยใน (IPD) ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
สปสช.ยืนยันว่า อัตราการจ่ายค่าบริการผู้ป่วยในตามหน่วยน้ำหนักสัมพัทธ์ (AdjRW) ยังคงอัตราเบื้องต้นที่ 8,350 บาทต่อ AdjRW ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2569 และไม่มีการปรับลดอัตราดังกล่าวแต่อย่างใด
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า ส่วนตัวเลข 3,505.14 บาทต่อ AdjRW ที่มีการนำไปอ้างอิงในบางกรณี ไม่ใช่อัตราการจ่ายค่าบริการผู้ป่วยในของระบบบัตรทองทั้งระบบ แต่เป็นอัตราที่ใช้ เฉพาะหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.)
ภายใต้หลักเกณฑ์เฉพาะ ซึ่งเป็นอัตราหลังจากมีการหักค่าใช้จ่ายด้านค่าแรงและเงินเดือนบุคลากรภาครัฐ รวมถึงการกันเงินในระดับประเทศออกแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รับการจัดสรรผ่านกลไกงบประมาณของภาครัฐในอีกช่องทางหนึ่ง
ทพ.อรรถพร กล่าวด้วยว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นผลจาก การหารือและข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การบริหารงบประมาณด้านบริการผู้ป่วยในเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับโครงสร้างงบประมาณของภาครัฐ และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมงบประมาณที่หน่วยบริการสังกัด สป.สธ. จะได้รับ โดยเมื่อพิจารณารวมทั้งค่าแรง เงินเดือน และงบประมาณในส่วนอื่น ๆ แล้ว ภาพรวมงบประมาณของหน่วยบริการยังคงเป็นไปตามกรอบที่ได้ตกลงร่วมกัน
“การบริหารงบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นการบริหารภายใต้ระบบงบประมาณปลายปิด และมีการจ่ายเงินเป็นงวดตามข้อมูลบริการที่ส่งเข้ามา และมีการปรับตามผลงานการให้บริการจริงเมื่อสิ้นรอบบัญชี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความยั่งยืนของระบบ” ทพ.อรรถพร กล่าว
โฆษก สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในทุกภาคส่วน สปสช. จะดำเนินการ นำเสนอรายละเอียดโครงสร้างการจ่ายค่าบริการผู้ป่วยในอย่างชัดเจน โดยแสดงให้เห็นว่า จากอัตรา 8,350 บาทต่อ AdjRW มีองค์ประกอบและการหักค่าใช้จ่ายในส่วนใดบ้าง รวมถึงกลไกการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยบริการ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน สามารถเข้าใจภาพรวมการบริหารงบประมาณของระบบได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงเดียวกัน
ทั้งนี้ สปสช. ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการทุกภาคส่วน เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพ และยั่งยืน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการบริหารจัดการต่อไป





