วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ไทยปั้นแบรนด์ ‘T-Beauty’ สู้เกาหลี -ดึงกลุ่มดิจิทัลโนแมดมาปักหลัก

ไทยปั้นแบรนด์ ‘T-Beauty’ สู้เกาหลี -ดึงกลุ่มดิจิทัลโนแมดมาปักหลัก

ในการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมจัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026 หรือ Thailand Medical & Wellness Expo 2026 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยและโลกถูกดิสรัปอย่างมาก ทุกประเทศต่างหยิบสมรรถนะหลักขึ้นมาขายของ ซึ่งในอดีตประเทศไทยมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมยานยนต์ สายการบิน ภาคการผลิต ภาคการเกษตร อาจเรียกว่าเป็น เศรษฐกิจยุคเก่า (Old Economy) แต่ไทยมีทรัพย์สินอีกตัวที่ได้ลงทุนไว้อย่างมาก คือ เรื่องของการแพทย์ 

ผลักดันเมดิคัล อีโคโนมี

นโยบายสธ.จึงมุ่งเน้นผลักดันให้เกิดเป็นเมดิคัล อีโคโนมี (Medical Economy) ที่ไม่เพียงแต่ดูแลคนป่วย หรือคนไม่ให้ป่วยเท่านั้น แต่นำองคาพยพทุกภาคส่วนของเรื่องการแพทย์มาออกหารายได้ เพื่อไม่ให้สธ.หรือภาคการรักษาเป็นภาระของประเทศ ไม่เป็นแต่การใช้งบประมาณเท่านั้นเนื่องจากในวันที่เศรษฐกิจเติบโต การใช้งบประมาณก็มีทิศทางแบบหนึ่ง แต่วันที่เศรษฐกิจโลกและไทยไม่ได้เติบโตอย่างที่อยากให้เป็น สธ.จึงหยิบทรัพย์สินทางการแพทย์ออกมาขายต่อสังคมโลก
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติถึงจุดแข็งด้านบริการทางการแพทย์ ที่บุคลากรมีความเชี่ยวชาญ และมีราคาค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล เป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพอย่างก้าวกระโดด

อีกทั้ง ยังมีศักยภาพโดดเด่นด้านบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย อาทิ การแพทย์แผนไทย นวดไทย สปาไทย และผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของพื้นที่ เช่น

  • ภาคเหนือพัฒนา Retreat Wellness ฟื้นฟูกายและใจท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
  • ภาคกลางส่งเสริม Cultural Wellness ผ่านการผสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยและวิถีชุมชน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพัฒนา Longevity Wellness ดูแลสุขภาพระยะยาวและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • และภาคใต้ส่งเสริม Lifestyle Wellness ผสานการดูแลสุขภาพเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงทะเลและกิจกรรมวิถีชีวิตสมัยใหม่

หมุดหมายกลุ่ม Long Term Care -ดิจิทัลโนแมด

นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  สธ.มีการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ (Wellness and Medical Service Hub) โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร พัฒนาระบบนิเวศให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ เปิดตลาดการแพทย์และสุขภาพในกลุ่มประเทศใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ

รวมถึง ยกระดับประเทศไทยให้เป็นหมุดหมายของกลุ่ม Long Term Care และกลุ่มดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) หรือคนที่ทำงานทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่จำกัดสถานที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ โดยไทยผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตรา (Visa Facilitation) ด้วย Long Stay Visa และ Destination Thailand Visa

ชู “T-Beauty”ฟื้นเศรษฐกิจ

หนึ่งในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจึงได้กำหนดจัดงาน “มหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026”  (Thailand Medical & Wellness Expo 2026) ซึ่งเป็นมหกรรมด้านการแพทย์ สุขภาพ และความงามระดับประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี

มุ่งสร้างพลังร่วมระหว่างภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาชน เชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เกิดการนำไปใช้จริงทั้งในระบบบริการสุขภาพและชีวิตประจำวันของประชาชน รวมถึง ปั้น “T-Beauty” หรือ Thai Beauty ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

“หากเกาหลีมี K-Beauty ประเทศไทยก็มีศักยภาพที่จะสร้าง T-Beauty ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้เช่นกัน ด้วยทักษะของแพทย์ไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจผ่านความเชี่ยวชาญด้าน Personal Care & Beauty และยกระดับให้ไทยเป็นหมุดหมายด้าน Wellness ระดับโลก” นายพัฒนากล่าว

Expo โชว์ภาพรวมระบบสุขภาพ

ด้าน นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า  การจัดงานมหกรรมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และความงาม 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอภาพรวมของระบบสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัย

รวมถึงนักลงทุนและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและบริการด้านสุขภาพได้อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้ง 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ เวชศาสตร์เชิงป้องกัน เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจและแรงบันดาลใจในแนวคิด "เวชศาสตร์วิถีชีวิต" หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดช่วงชีวิต ผ่าน 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ โภชนาการที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การจัดการความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ การหลีกเลี่ยงสารหรือปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสังคม เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ ลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

เล็งคลายล็อกเรื่องโฆษณา

ทั้งหมดนี้จะช่วยสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในด้านบุคลากรทางการแพทย์ มาตรฐานสถานพยาบาล การพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ และองค์ความรู้ทางการแพทย์ สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีสุขภาพระดับภูมิภาคและนานาชาติ

“สิ่งต่อไปที่กรมจะทำคือมาดูกฎระเบียบต่างๆว่าเป็นข้อจำกัดหรือไม่ในการดำเนินการ อย่างเรื่องข้อจำกัดการโฆษณา หากไม่โฆษณาเลยก็จะไม่รู้ว่ามีดีอะไร ในส่วนนี้หากมีการแก้ไขในจุดที่เหมาะสม และช่วยกันควบคุมว่าสิ่งที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สามารถทำได้ตามที่สื่อสารออกไปหรือไม่ ในเร็วๆนี้จะเชิญผู้ประกอบการมาพิจารณาร่วมกันถึงกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัดในเรื่องการแข่งขันในและต่างประเทศ” นพ.ภูวเดชกล่าว