สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ในประเทศอินเดียกำลังได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ในประเทศไทยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus disease) จัดเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ.2558
ไวรัสนิปาห์อาการ
ผู้ติดเชื้ออาจมีความรุนแรงตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และสมองอักเสบที่อาจเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ ก่อนจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น ง่วงซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง และสมองอักเสบเฉียบพลัน
บางรายอาจมีปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลวรุนแรง ในรายรุนแรงอาจเกิดอาการชักและเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24 – 48 ชั่วโมง ผู้ที่รอดชีวิตจากสมองอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ประมาณร้อยละ 20 มีผลกระทบทางระบบประสาทระยะยาว เช่น โรคลมชักหรือการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ
ไวรัสนิปาห์สามารถติดต่อได้หลายทาง ดังนี้
1.จากสัตว์สู่คน : สัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ มูล เลือด) ของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ (แหล่งรังโรคหลัก) และสุกร (โฮสต์กึ่งกลาง)
2.การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน : กินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าว/อินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะหรือมูลค้างคาว
3.จากคนสู่คน : ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลายหรือเสมหะ (มักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์)
โรคอุบัติซ้ำ พบติดคนสู่คน
พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไวรัสนิปาห์ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ แต่เป็น โรคอุบัติซ้ำ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและมักจำกัดวงอยู่ในพื้นที่เฉพาะ สำหรับสถานการณ์ในอินเดียล่าสุดพบการระบาดในบางพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้กระจายไปทั่วประเทศ
ส่วนประเทศไทยไม่พบโรคนี้ แต่มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดผ่านเครือข่าย One Health ซึ่งเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างกรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์ เพื่อบูรณาการการเฝ้าระวังทั้งในคนและสัตว์อย่างเป็นระบบ
แหล่งพาหะของไวรัสนิปาห์มาจาก ค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งเป็นรังโรคตามธรรมชาติ โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของค้างคาว เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ ที่อาจปนเปื้อนอยู่ในผลไม้ที่หล่นตามโคนต้น
นอกจากนี้ ไวรัสยังสามารถแพร่จากค้างคาวไปยังสัตว์อื่น เช่น หมู ม้า แมว และสุนัข ก่อนจะติดต่อมาสู่คน ดังนั้น การที่คนในชุมชนจะติดเชื้อได้ จึงต้องมีปัจจัยเสี่ยงข้างต้น แต่หากในพื้นที่ไม่มีไวรัสดังกล่าว ก็ไม่พบการติดเชื้อ
“ ไวรัสตัวนี้พบแพร่จากคนสู่คนได้ โดยรายงานล่าสุดใน west Bengal อินเดีย พบว่า การแพร่เชื้อในสถานพยาบาล มีพยาบาลติดเชื้อตามที่เป็นข่าว ซึ่งขณะนี้อินเดียมีการกักกันป้องกันการแพร่ระบาดในบุคลากรสถานพยาบาล และผู้สัมผัสใกล้ชิด”พญ.จุไรกล่าว
อัตราป่วยตายสูง มีอาการระบบทางเดินหายใจ
ในประเทศไทย ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็น โรคติดต่ออันตราย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข มีอัตราป่วยเสียชีวิตสูงถึง 50-70% ยังไม่มีตัวยารักษา ไทยไม่เคยมีรายงานพบไวรัสนิปาห์ มีเพียงประเทศใกล้เคียง ซึ่งนานมากกว่า 10 ปี คือ มาเลเซีย สิงคโปร์
ดังนั้น สิ่งสำคัญขอให้รับฟังข้อมูลหน่วยงานรัฐ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่เป็นรังโรค โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้การเดินทางไปท่องเที่ยวยังทำได้ แต่ต้องระมัดระวังการเดินทางที่ค่อนข้างผจญภัย ป่าเขา เที่ยวถ้ำ
และการรับประทานอาหารต้องสุก การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด ยังเป็นมาตรการป้องกันเชื้อได้ ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่อาจเป็นรังโรค เช่น ค้างคาวผลไม้ ในพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อ
การคัดกรองโรคเป็นสิ่งสำคญ เนื่องจากโรคไวรัสนิปาห์ ไม่มียารักษา และอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูง ขณะนี้ที่อินเดีย พบว่าผู้ป่วยมาด้วยระบบทางเดินหายใจด้วย ทำให้ต้องเฝ้าระวังให้ครอบคลุม ไม่ใช่แค่คัดกรองเฉพาะอาการสมองอักเสบ ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้หลักเท่านั้น แต่อินเดียกำลังขยายขอบเขตการเฝ้าระวังระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย
“อย่าเพิ่งตระหนกตกใจ การเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดก็ต้องพิจารณาว่า ไปในพื้นที่ที่มีระบาดหรือไม่ อย่างอินเดียก็ไม่ได้เจอเชื้อทั่วประเทศ แต่เป็นการระบาดจากคนไข้ที่ติดเชื้อจากในชุมชนและแพร่สู่บุคลากรโรงพยาบาล” พญ.จุไร กล่าว
กรมวิทย์ตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ได้
ขณะที่ ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง
สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง และปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป และสามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง
“โรงพยาบาลสามารถส่งตัวอย่างผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งมีอาการไข้สูงร่วมกับประวัติสัมผัสสัตว์หรือรับประทานผลไม้ต้องสงสัย หรือผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ส่งตรวจและสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี”นพ.สราวุฒิกล่าว





