ทีม LERT กรมวิทย์ เผยผลสุ่มตรวจอาหาร-น้ำอุปโภคบริโภคเฝ้าระวังสารเอทิลอะซิเตตปนเปื้อนในพื้นที่สารเคมีรั่วไหล จ.สมุทรปราการ ไม่พบสารเอทิลอะซิเตต ในทุกตัวอย่าง
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีสารเคมีรั่วไหล ที่ชุมชนสองพี่น้องหลังตลาดคู่สร้าง อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เร่งตรวจอาหาร น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังสารเอทิลอะซิเตต เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่
โดยทีม LERT กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างอาหาร และน้ำอุปโภคบริโภค จำนวน 10 ตัวอย่าง ได้แก่น้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ
น้ำประปาในชุมชน จำนวน 6 ตัวอย่าง
และอาหาร เช่น ผลไม้ หอมแดง กระเทียมจำนวน 4 ตัวอย่าง
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ไม่พบสารเอทิลอะซิเตต ในทุกตัวอย่าง
จากการตรวจสอบของทีม LERT และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เบื้องต้นไม่พบกลิ่นสารเคมีบ่งชี้ว่าความเข้มข้นในอากาศ ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ควรยังคงเฝ้าระวังในกลุ่มผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า เอทิล อะซิเตต (Ethyl Acetate) เป็นของเหลวไวไฟที่ระเหยได้ง่าย ใช้เป็นตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรม จัดเป็นสารที่มีความเป็นพิษต่ำ แต่สามารถเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ เมื่อสูดดมเอาไอระเหยของสารที่มีความเข้มข้นสูงเข้าไปจะทำเกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ โดยมีอาการ ไอ คอแห้ง และหายใจลำบาก
การสูดดมในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ และอาเจียน ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้หมดสติได้
นอกจากนี้เอทิลอะซิเตตมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง การสัมผัสบ่อยจะทำให้เกิดการทำลายชั้นไขมันของผิวหนังทำให้ผิวแห้งและแตก
ทั้งนี้กรณีที่มีการรั่วไหลของสารดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการหายใจเอาไอระเหยของสารเข้าไป และย้ายไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเท หายใจสะดวก ถ้าสัมผัสผิวหนังเช็ดให้แห้งแล้วล้างผิวด้วยน้ำ หากเข้าตาให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายครั้ง ผู้ได้รับสัมผัสหากรู้สึกไม่สบายให้รีบพบแพทย์





