รพ.นพรัตนราชธานี เผยผู้ที่ทำงานเป็นกะ อาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ความดันโลหิตสูง และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แนะแนวทางสร้างความปลอดภัย
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การดำเนินชีวิตด้านการทำงานของบุคคลทั่วไปมีช่วงเวลาทำงานระหว่าง 7 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น แต่ยังมีกลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานเป็นกะ นอกเหนือจากเวลาปกติดังกล่าว อาทิ ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ และคนงานในโรงงานที่มีการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง ฯลฯ
จากการศึกษาพบว่าการทำงานของร่างกายมนุษย์ เช่น อุณหภูมิร่างกาย การผลิตฮอร์โมน การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต การทำงานของกระเพาะอาหารเป็นแบบ 24 ชั่วโมง โดยวงรอบการทำงานต่างๆ จะประสานสอดคล้องกัน โดยมีสมอง ปัจจัยภายนอกและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวควบคุม
"เมื่อต้องทำงานเป็นกะ ร่างกายจะมีการปรับวงจรการนอนให้สอดคล้องกับกะที่ทำงาน แต่วงจรอื่นๆ จะต้องใช้เวลาในการปรับ ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 1 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น ผลกระทบที่ตามมาคือ นอนไม่เพียงพอ ทำให้อ่อนล้า สูญเสียสมาธิ และการตัดสินใจช้าลง นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงของความผิดพลาด และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต"นพ.อัครฐานกล่าว
ขณะที่นพ.ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กล่าวว่า ผลกระทบด้านสุขภาพนั้นมี 2 ระยะคือ ผลระยะสั้น ผู้ที่ต้องทำงานกะดึกจะได้รับผลกระทบทันทีในคืนแรก ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ (ปริมาณชั่วโมงการนอน) และคุณภาพของการนอน (หลับไม่สนิท) ผลที่ตามมาคือความอ่อนล้า เครียด ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง
ผลระยะยาวจะมีอาการเครียดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ มักเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่างๆ ในระยะยาว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ความดันโลหิตสูง และกล้ามเนื้อหัวใจขาดกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งเต้านม โรคระบบทางเดินอาหาร โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคจิตประสาท กังวล ซึมเศร้า ปัญหาครอบครัวและสังคม
สำหรับในผู้หญิงอาจมีผลต่อระบบฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์ทำให้มีบุตรยาก คลอดก่อนกำหนดหรือแท้งได้ง่าย
สำหรับข้อแนะนำของผู้ที่ทำงานเป็นกะ ได้แก่ 1. การนอน พยายามนอนช่วงเย็นให้ได้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้เครื่องป้องกันเสียงเพื่อตัดเสียงรบกวน งดชา กาแฟ หรือสารกระตุ้นประสาทก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง
2.การรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารมื้อหนักในช่วงหลังเที่ยงคืน ให้ทานอาหารเบาๆ แต่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ซึ่งนมจัดได้ว่าเป็นอาหารที่เหมาะที่สุด เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหารสูง ย่อยง่ายและเป็นสารเคลือบกระเพาะ
3. การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายหลังตื่นนอนจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายทำให้สดชื่นและกระฉับกระเฉง หากสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำจะทำให้สุขภาพแข็งแรงและพร้อมที่จะทำงานเป็นกะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ





