ปี 69 ดัน 'ขมิ้นชัน-ไพล-กระชายดำ' สู่พรีเมียมโปรดักต์ บุกตลาดโลก

ปี 69 ดัน  'ขมิ้นชัน-ไพล-กระชายดำ' สู่พรีเมียมโปรดักต์ บุกตลาดโลก

บอร์ดสมุนไพรเคาะปี 69 ดัน “ขมิ้นชัน-ไพล-กระชายดำ” สู่พรีเมียมโปรดักต์ บุกตลาดโลก ต่อยอดเศรษฐกิจสมุนไพรสู่ New S curve ผลักดันมูลค่าตลาดให้ถึง 70,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย ปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Herb of the Year" ยกระดับสมุนไพรหลัก 3 ชนิด สู่ “สมุนไพรพรีเมียม” ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศ กว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. ขมิ้นชัน ชูจุดเด่นด้านสุขภาพ ผลักดันผลิตภัณฑ์ช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน และผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มชะลอวัย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ T-beauty คาดสร้างมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท

2.ไพล สมุนไพรหลักในการนวดและ Wellness บุกตลาดสปาและเวชศาสตร์การกีฬา ควบคู่กับการวิจัยสร้างความเชื่อมั่นการใช้ในระบบบริการสุขภาพ สร้างมูลค่า 500 ล้านบาทต่อปี 

และ 3.กระชายดำ หรือ "โสมไทย" จุดเด่นด้านการลดไขมันในช่องท้อง โดยจัดทำ Positive List เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถอ้างอิงสรรพคุณได้อย่างชัดเจน พร้อมพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการแพทย์ (เพชรบูรณ์ 1) เพิ่มมูลค่าการใช้กว่า 702 ล้านบาทต่อปี

“สมุนไพรไทยจะเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพ สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แคมเปญ “Think Wellness, Think Thai Herb” นายพัฒนา กล่าว
 

ในส่วนผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2568 พบว่า ตลาดวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรของประเทศ มีมูลค่ากว่า 45,882 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 5.1 % โดยปี 2569 ตั้งเป้าต่อยอดเศรษฐกิจสมุนไพรสู่ New S curve ผลักดันมูลค่าตลาดสมุนไพรในประเทศให้ถึง 70,000 ล้านบาท 

สำหรับการดำเนินงานเมืองสมุนไพรในช่วงปี 2566 – 2568 สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเฉพาะใน 16 จังหวัดเมืองสมุนไพร มูลค่าการบริโภคสมุนไพรรวมกว่า 15,315 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม 6,654 ล้านบาท
  • กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร 6,106 ล้านบาท
  • และ กลุ่มเกษตรและวัตถุดิบ 2,554 ล้านบาท

ในปี 2569 จะขยายเมืองสมุนไพรเพิ่มอีก 2 จังหวัด คือ สตูล และ เชียงใหม่ คาดว่า 18 จังหวัดเมืองสมุนไพรจะสามารถสร้างมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าสมุนไพรไทยกำลังก้าวจากฐานภูมิปัญญาขึ้นเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยทั้ง 5 กระทรวงหลักจะร่วมกันพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างเศรษฐกิจประเทศและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน