‘GPO in Hospital’ ลดภาระสต็อกยารพ. เสริมความมั่นคงระบบสาธารณสุข

อภ. รุกยุทธศาสตร์ GPO Move ขยายผลโครงการ "GPO in Hospital" สู่ 8 รพ.ในลำพูน ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเวชภัณฑ์ – ลดภาระสต็อกยา เสริมสร้างความมั่นคงทางยาให้กับระบบสาธารณสุข
KEY
POINTS
- องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ดำเนินโครงการ ‘GPO in Hospital’ เพื่อบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล ช่วยลดภาระงานจัดซื้อและลดปริมาณยาสำรองในคลัง
- โครงการฯ นำร่องสำเร็จที่จังหวัดชุมพร สามารถลดมูลค่าสต็อกยาได้หลายล้านบาท และกำลังขยายผลสู่โรงพยาบาล 8 แห่งในจังหวัดลำพูน
- ช่วยให้โรงพยาบาลลดระยะเวลาสำรองยาคงคลัง (จาก 1.5 เดือน เหลือไม่เกิน 1 เดือน) ลดความเสี่ยงยาหมดอายุ และสร้างความมั่นคงด้านยาและเวชภัณฑ์
องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เดินหน้ายกระดับระบบห่วงโซ่คุณค่าด้านสาธารณสุข ผ่านโครงการ GPO in Hospital ภายใต้ยุทธศาสตร์ GPO Move เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน มุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบยาอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการส่งมอบ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระงานด้านการจัดซื้อและลดปริมาณยาสำรองในคลังยาของโรงพยาบาล ซึ่งได้นำร่องความสำเร็จจากจังหวัดชุมพรที่สามารถลดมูลค่าสต็อกยาได้หลายล้านบาท มาขยายผลสู่โรงพยาบาลทั้ง 8 แห่งในจังหวัดลำพูน
บริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในรพ.
ดร.ภก.จตุพล เจริญกิจไพบูลย์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวระหว่างการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของระบบ “GPO inHospital”ว่า องค์การเภสัชกรรม(อภ.)เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการผลิตจำหน่ายและบริการยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
รวมถึง การสำรองยาที่มีความจำเป็นต่อระบบสาธารณสุข จึงมีนโยบายร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูนจัดโครงการการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO in Hospital) เพื่อการบริหารจัดการต้นทุนและการบริหารคลังด้านยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดลำพูนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“มีขอบเขตการจัดซื้อจัดหาและบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์เป็นไปตามแผนประมาณการความต้องการยาและเวชภัณฑ์ในบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในจังหวัดลำพูน กับองค์การเภสัชกรรมกำหนดไว้”ดร.ภก.จตุพลกล่าว
ภก.ปีฐพล รัตนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด อภ. กล่าวว่า โครงการ GPO in Hospital เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของยุทธศาสตร์ GPO Move ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การเภสัชกรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนก่อนการผลิตยาไปจนถึงการส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าอย่างครบวงจร
โดยเริ่มดำเนินการในกลุ่มยาบัญชีหลักแห่งชาติที่ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยองค์การเภสัชกรรมจะรับหน้าที่ประสานงาน เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณสมบัติตรงตามสเปกที่โรงพยาบาลกำหนด และจัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการสั่งซื้อและบริหารจัดการเวชภัณฑ์
ลดเวลากระบวนการจัดซื้อ
สำหรับการดำเนินงานในจังหวัดลำพูน องค์การเภสัชกรรมได้ร่วมหารือกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูนเ พื่อขยายผลโครงการให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในจังหวัดทั้ง 8 แห่ง โดยมีเป้าหมายร่วมกันใน 2 มิติ คือ การลดเวลาการทำงานในกระบวนการจัดซื้อ และการลดภาระการสำรองยาและเวชภัณฑ์ในคลังของโรงพยาบาล
โดยใช้ระบบการบริหารจัดการผ่านสาขาคลังยาอภ.ภาคเหนือที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นคลังกระจายยา จัดส่งให้แก่โรงพยาบาลในลำพูนภายในระยะเวลาที่กำหนด 1 สัปดาห์หลังจากมีการสั่งซื้อ
ช่วยลดมูลค่าสต็อกยาลง
“ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งในจังหวัดลำพูนได้เริ่มทำสัญญากับองค์การเภสัชกรรม และมีการสั่งซื้อออเดอร์แรกร วมถึง ได้รับยาเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนต่อไป องค์การเภสัชกรรมเตรียมพัฒนาโปรแกรม GPO in Hospital ให้เป็นระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อคำสั่งซื้อและบริหารคลังยาได้อย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบรหัสเวชภัณฑ์ แผนการใช้ยา ไปจนถึงรอบการสั่งซื้อและจัดส่ง เพื่อสร้างความยั่งยืนในระบบบริหารจัดการเวชภัณฑ์ของประเทศต่อไป”ภก.ปีฐพลกล่าว
ก่อนที่จะขยายผลมายังจ.ลำพูน ได้มีความสำเร็จที่เป็นต้นแบบของโครงการนี้จาก Sandbox Model ที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 1 ปี และพบว่าสามารถลดมูลค่าสต็อกยาลงได้ถึง 3.5 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน และในภาพรวมยังช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ 10 ล้านบาท,
จัดทำแผนประมาณการจัดซื้อยาร่วมกัน
ภก.สาธิต เจริญพงษ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน กล่าวว่าการมาเยือนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของจังหวัดลำพูนเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือใน ตามโครงการ GPO in Hospital"ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมกันบริหารจัดการด้านยาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยอาศัยความเชี่ยวชาญขององค์การเภสัชกรรมในการเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ของจังหวัดลำพูน
สำหรับในพื้นที่จังหวัดลำพูนมีทั้งหมด 8 โรงพยาบาล โดยมีโรงพยาบาลทั่วไป 1 โรงพยาบาล และโรงพยาบาลชุมชน 7 โรงพยาบาล ได้เตรียมการอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนโครงการ GPO in Hospital โดยมีการวางแผนการดำเนินการร่วมกันกับองค์การเภสัชกรรม มาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2568 มีการกำหนดรายการยา จัดทำแผนประมาณการจัดซื้อยาร่วมกัน เพื่อให้องค์การเภสัชกรรมเข้ามาบริหารจัดการทั้งรายการยาที่องค์การเภสัชกรรมผลิตเองและรายการจากผู้ผลิตรายอื่น ๆ
"การดำเนินการจะช่วยลดขั้นตอนและภาระงานด้านการบริหารการจัดซื้อและสำรองคงคลังลงได้ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้โรงพยาบาลในสังกัดสามารถบริหารจัดการต้นทุนด้านยาและเวชภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการดูแลผู้ป่วยของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อๆไป"
เวชภัณฑ์ยามีการหมุนเวียนเร็ว
ด้าน นพ.คะนอง ถนอมสัตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง กล่าวว่า โรงพยาบาลบ้านโฮ่งได้เริ่มดำเนินการบริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาล หรือ “GPO in hospital” กับองค์การฯมาตั้แต่เดือนพฤศจิกายน 2568
โดยองค์การฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์การบริหารจัดการรายการยาตามบัญชียาของโรงพยาบาล จำนวน 128 รายการทั้งส่วนที่เป็นรายการยาที่องค์การฯผลิต และรายการยาที่องค์การฯ จัดหามาเพื่อจำหน่าย ครอบคลุมประมาณ 40 % ของรายการยาในบัญชียาของโรงพยาบาล
“คาดว่าทางโรงพยาบาลฯจะสามารถลดคงคลังของการสำรองยาจาก 1.5 เดือนให้ลดลงเหลือไม่เกิน 1 เดือน เวชภัณฑ์ยามีการหมุนเวียนเร็ว ทำให้ไม่มีรายการยาที่เสี่ยงต่อการหมดอายุและสูญเสียงบประมาณใช้ระยะเวลาในการรอคอยสินค้าลดลงจากเดิม มียาสำรองที่พร้อมใช้และมีคุณภาพสูง ตลอดจนเพิ่มความสะดวก ลดภาระงานในส่วนของระบบริหารเวชภัณฑ์ด้านยาของโรงพยาบาล”นพ.คะนองกล่าว







