สธ. เตรียมนำร่อง 20 รพ.สธ. รับผู้ป่วยประกันสุขภาพเอกชน รายได้เข้ารพ.โดยตรง ขณะที่พรีเมียมคลินิก ไม่กระทบบริการปกติ ดึงแพทย์เกษียณร่วมรักษา ใช้ระเบียบP4P จ่ายค่าตอบแทน
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 3 ธ.ค.2568 จะมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจ
ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับ สมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งระยะแรกจะมีโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข(รพ.สธ.) 20 แห่งเข้าร่วม ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มให้การบริการในการรับผู้ป่วยที่มีประกันสุขภาพเอกชนข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลของรัฐ ในส่วนของพรีเมียมคลินิก
ในส่วนของพรีเมียมคลินิก กรณีที่เป็นในเวลาราชการ อยากให้มีการเบิกจ่ายที่เป็นอิสระ แต่ตอนนี้ใช้การเบิกจ่ายตามผลการปฏิบัติงาน (Pay for Performance : P4P) ที่เป็นประกาศของกระทรวงสาธารณสุขในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากร ซึ่งยังปรับค่าตอบแทนไม่ได้มาก อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง
ถามถึงมีการมองว่าการตั้งพรีเมียมคลินิกจะเป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการรับบริการ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า รพ.สธ.ที่มีการเปิดพรีเมียมคลินิกนั้น แพทย์ที่เข้ามาปฏิบัติงานจะมี 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.แพทย์ที่เกษียณอายุแล้ว ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบของโรงพยาบาล แต่คนไข้ยังต้องการที่จะรับการรักษาด้วย
และ2.แพทย์ที่ยังอยู่ในระบบ แต่ได้ทำงานเวลาราชการครบตามที่กำหนด 8 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งหลายแผนกสามารถที่จะปรับกำหนดเวลาได้ว่าเป็นการทำงานครบ 8 ชั่วโมง โดยไม่ได้นับตามเวลาราชการ เมื่อทำงานครบเวลาตามกำหนดของราชการปกติแล้วก็สามารถมาให้บริการในเวลาราชการที่พรีเมียมคลินิกได้ เป็นสิ่งที่กำลังพัฒนา
“พรีเมียมคลินิกยังสามารถใช้งานร่วมกับประกันสุขภาพเอกชนได้ด้วย แต่กรณีผู้ป่วยประกันสุขภาพเอกชนนี้ เมื่อผู้รับบริการเข้ามารับบริการและมีการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เงินที่ได้รับจะถูกนำเข้าสู่โรงพยาบาลโดยตรง”นพ.สมฤกษ์กล่าว
รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นสธ. ได้มีการพูดคุยกับบริษัทประกันและมีแนวโน้มที่จะเกิดแพ็กเกจประกันสุขภาพแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับโรงพยาบาลรัฐโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันถูกลง เข้าถึงคนกลุ่มกลางในต่างจังหวัดได้มากขึ้น และอาจจะไม่ต้อง Co-payment 30
อนึ่ง การรับผู้ป่วยประกันสุขภาพเอกชนของรพ.สธ. เป็นหนึ่งในนโยบายเพิ่มรายรับ สร้างรายได้ ยกระดับบริการรองรับประกันสุขภาพเอกชน เนื่องจากประกันสุขภาพเอกชน มีเงินหมุนเวียนสูงกว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกว่า 98 % ตกอยู่ในมือของโรงพยาบาลเอกชน





