วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เจลสเปรย์ช่องคลอด’ เร่งสปีดหายติดเชื้อ HPV ต้นเหตุมะเร็งปากมดลูก

‘เจลสเปรย์ช่องคลอด’ เร่งสปีดหายติดเชื้อ HPV ต้นเหตุมะเร็งปากมดลูก

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม และจากสถิติโรคมะเร็งในประเทศไทยพบว่า มีผู้ป่วยหน้าใหม่ถึง 6,400 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 3,000 รายต่อปี

โดยสาเหตุหลักที่พบมากที่สุดคือ การติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus Infection) สายพันธุ์ชนิด 16 และ 18 ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยทราบว่าไวรัสทั้งสองชนิดนี้สามารถป้องกันได้มากกว่าร้อยละ 70 เพียงฉีดวัคซีนลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก HPV ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

วันนี้ (27 พ.ย.2568) รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะอนุกรรมการมะเร็งนริเวช ราชวิทยาลัยสุตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย (RTCOG)กล่าวในงาน “DKSH Media Briefing ในหัวข้อ ยกระดับสุขภาพเชิงรุกของผู้หญิงไทย” จัดโดย  บริษัทDKSH (ประเทศไทย) จำกัด ว่า มะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญสำหรับผู้หญิง และเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในผู้หญิงไทย โดย HPV ถือเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก

“HPV เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ประมาณ 80% ของผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์มีโอกาสติดเชื้ออย่างน้อยครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองตามธรรมชาติ แต่หากมีการติดเชื้อเรื้อรังหรือเป็นระยะเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาไปสู่มะเร็งปากมดลูก หรือค่อยๆ ลุกลามจากรอยโรคในระยะเริ่มต้นไปสู่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง และมะเร็งในที่สุดด้ ”รศ.นพ.วิชัย กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

รู้หรือไม่ หญิงไทยกว่า 10 ล้านคน ไม่เคยคัดกรอง 'มะเร็งปากมดลูก'

มะเร็งปากมดลูก 'HPV The Toilab'  ตรวจรู้ก่อนเป็นโรค-ป้องกัน-รักษาหาย

HPV ติดได้ทั้งหญิง-ชาย ปล่อยไว้เสี่ยงมะเร็ง

งานวิจัย ระบุว่าแม้ผู้ติดเชื้อ HPV จะหายเองตามธรรมชาติได้ แต่มีผู้ป่วยจำนวนมากที่มีการติดเชื้อเรื้อรัง เนื่องจากเชื้อ HPV บางส่วนสามารถคงอยู่เป็นระยะเวลานาน และ 31% ของผู้หญิงที่มีความผิดปกติของปากมดลูกในระดับรุนแรง อาจเสี่ยงต่อการพัฒนาไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ นอกจากนี้ผู้หญิงจำนวนมากยังเผชิญกับความเครียดและวิตกกังวลตลอดระยะเวลาการรอติดตามอาการอีกด้วย

รศ.นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า การติดเชื้อ HPV สามารถติดได้ทั้งเพศหญิง เพศชาย และมีโอกาสติดเชื้อได้ไม่ต่างกัน โดยในส่วนของผู้หญิงนั้น จะเกิดได้ตลอดชีวิต ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยทอง ซึ่งแนวทางการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ HPV ถ้าเป็นประเภทความเสี่ยงต่ำ หรือ มีความผิดปกติของปากมดลูกในระยะเริ่มต้น จะ "รอดูและติดตามผล" (walt-and-see) เนื่องจากมีโอกาสหายเองได้เอง

"มาตรการป้องกันการติดเชื้อ HPV สามารถทำได้ตั้งแต่การฉีดวัคซีน HPV การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการจัดการความผิดปกติของปากมดลูกที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและการลุกลามของโรค รวมถึงช่วย ส่งเสริมสุขภาพของผู้หญิงในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

ตรวจคัดกรอง รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ดูแลตัวเองเชิงรุก

แม้แนวทางรอดูอาการเพื่อเฝ้าระวังและติดตามผล จะเหมาะสำหรับ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HPV ประเภทความเสี่ยงต่ำ และหลายกรณีสามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกกลัวและมีกังวลตลอดช่วงการรอติดตามผล

สิ่งสำคัญคือการให้การสนับสนุนที่ทันเวลา ที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ของผู้ป่วย ทางเลือกในการดูแลเชิงรูกสำหรับผู้หญิง จะช่วยคลายความวิตกกังวลและความกลัวเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคที่อาจลุกลามได้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการดูแลตัวเองเชิงรุกได้อย่างมั่นใจ แทนการรอคอยด้วยความกังวลเพียงอย่างเดียว

นพ.โอฬาริก มุลิกวงศ์ หัวหน้าคลินิกเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้มะเร็งปากมดลูกไม่สามารถหายไปได้จากประเทศไทย เพราะความอาย ความไม่เข้าใจ และความเชื่อผิด ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนไม่กล้าพูดหรือเข้ารับการตรวจรักษา ส่งผลให้การรักษาล่าช้า ดังนั้น จำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้หญิง ให้มาตรวจคัดกรอง ดูแลสุขภาพปากมดลูก  และต้องทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงง่าย เพื่อให้ผู้หญิงสามารถ ตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจตั้งแต่เนิ่น ๆ

"เจลสเปรย์ช่องคลอด" นวัตกรรมใหม่ลดติดเชื้อHPV 

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงจำนวนมากที่ได้รับการวินิจฉัยว่า ติดเชื้อ HPV ยังไม่ทราบถึงทางเลือกการดูแลเชิงรุกที่สามารถช่วยลดการลุกลามของโรคและส่งเสริมสุขภาพปาก 

หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ DKSH ประเทศไทย  ได้เปิดตัว "เจลสเปรย์สำหรับช่องคลอด" ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อ ช่วยดูแลความผิดปกติของปากมดลูกที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ผู้หญิงมีทางเลือกในการดูแลเชิงรุก ที่ช่วยเพิ่มอัตราการกำจัด HPV ได้มากขึ้นถึงสองเท่าและสนับสนุนการฟื้นฟูรอยโรคก่อนเป็นมะเริงให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ ได้มากถึง 95.7%  โดยเฉพาะในช่วง "รอดูอาการ" เพื่อเฝ้าระวังและติดตามผล ที่มักใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของปากมดลูกในระยะเริ่มต้น

ภญ.พัชราวลัย ว่องรักษ์สัตว์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารการตลาด หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า DKSH มุ่งมั่นในการเสริมพลังให้ผู้หญิงด้วยข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและเข้าถึงได้งาย เพราะการดูแลเชิงรุกเริ่มต้นจากการมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

"เป้าหมายของ DKSH คือการนำเสนอทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์ไม่ใช่แค่ด้านการรักษาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพปากมดลูก  DKSH เรามุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงรุก ผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทยและสุขภาพ เพื่อมอบองคความรู้ที่เชื่อถือได้และช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงทางเลือกที่ผ่านการ พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้หญิงมีความมั่นใจ ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถควบคุมสุขภาพของ ตัวเองได้มากยิ่งขึ้น"

การติดเชื้อ HPV ไม่ได้หมายความว่าติดเชื้อแล้วจะเป็นมะเร็งปากมดลูกทันที แต่เป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการจะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ อาจต้องใช้เวลา 5-10 ปี ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนควรไปตรวจประจำปี  เพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งป้องกันได้  และการพบเชื้อ HPV ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยรักษา และป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการ หรือติดเชื้อ HPV ไม่ควรซื้อเจลสเปรย์ใช้เอง จะต้องพบแพทย์ เพื่อรักษาตามอาการ และแพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าควรใช้เจลสเปรย์หรือไม่