วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ศูนย์ไวทัลไลฟ์ บำรุงราษฎร์ ’ยกระดับสู่ Longevity Hub สร้าง ‘ระบบนิเวศสุขภาพ’

‘ศูนย์ไวทัลไลฟ์ บำรุงราษฎร์ ’ยกระดับสู่ Longevity Hub สร้าง ‘ระบบนิเวศสุขภาพ’

“ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” ยกระดับสู่ Longevity Hub ใช้นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ขั้นสูงออกแบบชีวิตให้ยืนยาวและมีคุณภาพที่ดี เดินหน้าสร้างระบบนิเวศสุขภาพ(Ecosystem Partnership) รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

นภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวเริ่มลำบากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น หรือประเทศในตะวันออกกลาง ต่างพยายามเข้ามาแข่งกับประเทศไทย

ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้อง เปลี่ยนจาก Volume (จำนวน) ให้เป็น Value (มูลค่า) ก้าวสำคัญคือการมุ่งเน้นเรื่องที่ผู้เข้ามารับบริการจะ ใช้จ่ายหลักสูง ทำได้โดยการนำ การท่องเที่ยวไปประกอบกับเรื่องของการบริบาลที่ให้คุณภาพขั้นสูง รวมถึง Medical Wellness ที่ประเทศไทยมีจุดเด่นอย่างมาก         

ศูนย์ไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ ดำเนินการมาแล้ว 25 ปี ในการทำ Medical Wellness เนื่องจากเรื่องสุขภาพที่ดีเป็นความมั่งคั่ง (Health is Wealth) เมื่อมีสุขภาพที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ก็จะทำให้รักษาความมั่งคั่งไว้ได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
‘ศูนย์ไวทัลไลฟ์ บำรุงราษฎร์ ’ยกระดับสู่ Longevity Hub สร้าง ‘ระบบนิเวศสุขภาพ’

ยกระดับ สู่ Longevity Hub

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และเอสเพอรานซ์ และ Chief Science Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ศักยภาพของไทยในตลาด Wellness and Longevity ที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและ Longevity ที่ได้กลายเป็นเมกะเทรนด์โลก

ในฐานะที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ เป็นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพชั้นนำในภูมิภาคที่ได้รับการรับรอง GHA ระดับมาตรฐานสากล จึงได้ยกระดับการบริการสู่การเป็น Longevity Hub เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

Scientific Wellness หัวใจสำคัญ

“ไวทัลไลฟ์ทำงานร่วมกับรพ.บำรุงราษฎร์ มีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้าน Scientific Wellness & Longevity ภายใต้แนวทาง “Evidence-based, Personalized, and Sustainable” โดยมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของ Wellness ที่ไม่ใช่เพียงการผ่อนคลาย แต่คือการดูแลสุขภาพด้วยฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์เชิงรุก เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน”ผศ.นพ.พลกฤตกล่าว

ดำเนินการภายใต้หลักทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แก่ 1.การวินิจฉัยขั้นสูงและมาตรฐานสากล ห้องปฏิบัติการของบำรุงราษฎร์ได้รับมาตรฐานสากล ทำให้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ต้องตรวจซ้ำ รวมถึง มีการใช้เครื่องมือทันสมัย เช่น เครื่อง CT Scan ที่เรียกว่า Photon Counting สามารถตรวจดูรอยโรคในปอดและหัวใจได้รวดเร็ว และมุ่งเน้นการตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น ฮอร์โมนและวิตามินก่อน เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมเฉพาะแต่ละบุคคล

2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในภาวะที่ข้อมูลจากการตรวจขั้นสูง มีปริมาณมากถึง 10 เท่าของปกติ ศูนย์ไวทัลไลฟ์ใช้ AI ที่คิดค้นและพัฒนาโดยใช้ฐานข้อมูลของบำรุงราษฎร์เอง เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้กับแพทย์และพยาบาล 

และ 3. ความแม่นยำและการดูแลเฉพาะบุคคล (Precision and Personalized Medicine) ทุกอย่างไม่ใช่แบบ “One Size Fits All” อีกต่อไป แต่มีการตรวจ พันธุกรรม เพื่อกำหนดชนิดและปริมาณยาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งศูนย์ไวทัลไลฟ์ได้รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในการให้ บริการเวชศาสตร์จีโนม (Genomic Medicine) และเป็นที่แรกในเอเชียที่ให้บริการด้านเวชศาสตร์ป้องกันด้านพันธุกรรม
‘ศูนย์ไวทัลไลฟ์ บำรุงราษฎร์ ’ยกระดับสู่ Longevity Hub สร้าง ‘ระบบนิเวศสุขภาพ’

สร้างระบบนิเวศสุขภาพ

ผศ.นพ.พลกฤต ให้มุมมองในภาพใหญ่ของประเทศไทยด้วยว่า ควรเป็น การสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ครบวงจร (Integrated Health Ecosystem) เชื่อมโยงตั้งแต่ การแพทย์ป้องกัน (Preventive Medicine), การรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment), การฟื้นฟู (Rehabilitation) ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านอายุยืน (Longevity Technology) ไม่ใช่เพียงเรื่องของโรงพยาบาลหรือคลินิก แต่รวมถึงอาหาร สุขภาพจิต การออกกำลังกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ

ขณะที่ศูนย์ไวทัลไลฟ์ มีการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Partnership) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเชื่อว่าไม่สามารถเติบโตเพียงลำพังได้ โดยการเป็นพันธมิตรจะมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก คือ

1. Hospitality การร่วมมือกับกลุ่มโรงแรมและ Branded Residence เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบวงจร

2. งานวิจัยและสถาบันการศึกษา มีการทำวิจัยและตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชั้นนำ และร่วมมือกับสถาบันระดับโลก

และ 3. Lifestyle Wellness การจับมือกับพันธมิตรด้านโภชนาการ (Nutrition) และการออกกำลังกาย (Fitness) เพื่อเน้นเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ซึ่งตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

“ไวทัลไลฟ์ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์สุขภาพ แต่เป็น Health Partner ที่จะร่วมเดินทางไปกับผู้รับบริการตลอดชีวิต โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกและนวัตกรรมระดับโลก เพื่อสร้างแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ยืนยาวและเปี่ยมด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง”ผศ.นพ.พลกฤต