กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบ “ยาสลบ” ใน “บุหรี่ไฟฟ้า” ชี้แนวโน้มลักลอบผสมยาเสพติดหลายชนิด ส่งผลต่อสมอง-กดการหายใจ พร้อมพัฒนาวิธีตรวจ “ยาเอโทมิเดต” ปนปลอมในน้ำยา
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มถูกลักลอบผสมยาเสพติดหลายชนิด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ เช่น โคเคนที่ส่งผลต่อสมอง, เฟนทานิลที่มีฤทธิ์กดการหายใจจนถึงขั้นเสียชีวิต
แต่ประเทศไทยพบมีการผสมวัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances; NPS) แทนนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หรือที่เรียกว่า “พอตเค” หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบประสาท จิตใจ และอวัยวะสำคัญของร่างกาย จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน หลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ
ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับตัวอย่างบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อตรวจวิเคราะห์รวม 83 ตัวอย่าง ประกอบด้วยบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หัวพอตบรรจุน้ำยา และน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุขวด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผลการตรวจพบว่า ตัวอย่างที่มีฉลากแสดงรายละเอียดชัดเจนจำนวน 27 ตัวอย่าง ตรวจพบเฉพาะนิโคติน ไม่พบยาเสพติดหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ แต่ในตัวอย่างที่ไม่มีฉลากหรือมีลักษณะทำปลอม จำนวน 56 ตัวอย่าง ตรวจพบการปนปลอมของสาร เอโทมิเดต (Etomidate) ทั้งในรูปแบบที่ผสมร่วมกับนิโคตินและแบบใช้แทนนิโคติน
เอโทมิเดตเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น แต่พบว่า มีการลักลอบนำมาปนปลอมในบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และเริ่มตรวจพบในประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2567 เดิมเอโทมิเดตจัดเป็นยาควบคุมพิเศษและต่อมาถูกยกระดับเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2568 เพื่อเพิ่มการควบคุมการนำเข้า ครอบครอง และใช้ประโยชน์อย่างเข้มงวด
สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นสถานตรวจพิสูจน์ยาเสพติดและห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านยาเสพติดของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ให้เท่าทันยาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ
ในปี พ.ศ. 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ ยาเอโทมิเดตปนปลอมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สำเร็จ และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์ไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยผลการตรวจพิสูจน์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า สารที่ตรวจพบเป็นยาเสพติดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด





