วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

สบส.ชงครม. พิจารณา 'คดีอุ้มบุญ' เป็นคดีพิเศษ เล็งเพิ่มโทษบุคลากรทางการแพทย์

สบส.ชงครม. พิจารณา 'คดีอุ้มบุญ' เป็นคดีพิเศษ เล็งเพิ่มโทษบุคลากรทางการแพทย์

สบส. เตรียมชง ครม. พิจารณาคดีอุ้มบุญ เป็นคดีพิเศษ ยกระดับการดำเนินการกับผู้กระทำผิดข้ามชาติ หลังพบทำเป็นขบวนการ ขณะที่ร่างพ.ร.บ.อุ้มบุญใหม่ เพิ่มโทษบุคลากรทางการแพทย์

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ในประเทศไทยที่มีกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ควบคุมกำกับ หากผู้ใดกระทำการตั้งครรภ์แทน หรือที่เราเรียกกันว่าการ “อุ้มบุญ” โดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะเข้าข่ายคดีความผิดทางอาญา

"การกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมักมีผู้เกี่ยวข้องในหลายระดับ ทั้งนายหน้า บุคลากรทางการแพทย์ หญิงที่รับจ้างอุ้มบุญ เป็นต้น  และมักจะมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติ"

กรม สบส. จึงหารือร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในการผลักดันให้การกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เป็นคดีความผิดทางอาญาซึ่งมีลักษณะเป็นคดีพิเศษ โดยบรรจุพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ไว้ในบัญชีท้ายพ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เนื่องด้วยคดีอาญาอื่นที่ไม่ได้ระบุในท้ายพระราชบัญญัติฯ ต้องส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณา เพื่อเป็นคดีพิเศษ

คณะกรรมการดังกล่าวเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีภารกิจที่เร่งด่วนทำให้มีการจัดประชุมไม่บ่อยครั้งจึงอาจเกิดความล่าช้า ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการทางคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผล กรม สบส.จะดำเนินการผลักดันเรื่องอุ้มบุญเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยเสนอให้ DSI เป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบคดี และส่งร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ที่แก้ไขเพิ่มเติม)

“อาจจะพิจารณาให้มีการเพิ่มโทษแก่บุคลากรทางการแพทย์ ปรับลดโทษให้แม่อุ้มบุญซึ่งเป็นพยาน เพิ่มโทษให้นายหน้า ผู้ว่าจ้างแทน และให้การกระทำผิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์มีมูลฐานความผิดฐานฟอกเงิน ฯลฯ แก่ DSI พิจารณาว่าต้องการเพิ่มเติมประเด็นใดหรือไม่ ต่อไป”ทพ.อาคมกล่าว 

ด้านนายสาโรจน์ ยอดประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสบส. กล่าวว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมากรม สบส. ผลักดันเรื่องการจัดการเรื่องร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาการลักลอบอุ้มบุญอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการสอบสวนมีความซับซ้อนเพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ในลักษณะการกระทำผิดข้ามชาติ

กรม สบส. เล็งเห็นว่าด้วยศักยภาพของ  DSI เป็นประโยชน์ต่อการทำคดีให้บรรลุผล แต่เนื่องจากปัจจุบันเรื่องร้องเรียนที่ส่งไปยัง DSI ไม่ได้ถูกรับเป็นคดีพิเศษทั้งหมด การกำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จะทำให้เรื่องร้องเรียนคดีอุ้มบุญเป็นคดีพิเศษ จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคตได้อย่างครอบคลุม