“สมศักดิ์”พร้อมผลักดัน MICE ด้านสุขภาพ เร่งเครื่อง “เมดิคัลและเวลเนสฮับ” จับมือธุรกิจโรงแรมพัฒนา "แพคเกจสุขภาพ" เตรียมนำร่องผลิตภัณฑ์ ATMPs ที่ศูนย์การแพทย์บางรัก
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2568 ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวในการมอบนโยบายด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ในการอบรมหลักสูตร Medical Hub Executive Program (MEP) 2025 ว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)มี 7 นโยบายเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพ สู่ Medical and Wellness Hub เพื่อช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ประมาณ 6.9 แสนล้านบาทดังที่เคยแถลงนโยบายแล้ว ประกอบด้วย 1.การจัดตั้งสำนักงานนโยบายและเศรษฐกิจสาธารณสุข ทำหน้าที่ วิเคราะห์ วิจัย และกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลที่แม่นยำ
ร่วมธุรกิจโรงแรมพัฒนาแพคเกจสุขภาพ
2. ยกระดับภูมิปัญญาไทย เช่น การนวดแผนไทย และการนวดเชี่ยวชาญพิเศษ 7 กลุ่มอาการ 3. ยกระดับสมุนไพรไทย ยาไทย อาหารไทย ผลักดันการใช้ยาสมุนไพรในระบบหลักประกันสุขภาพ ส่งเสริมยาไทยและอาหารไทยเพื่อสุขภาพให้เป็นที่ยอมรับและเข้าสู่ตลาดโลก
4.ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ร่วมมือกับธุรกิจโรงแรมพัฒนาแพคเกจสุขภาพ เป็นการรวบรวมของดีขงประเทศไทยที่มีอยู่แล้วทั้งอาหารไทย เมืองท่องเที่ยว โรงพยาบาล สมุนไพรไทย นวดไทย เป็นต้น มาจัดเป็นแพคเกจแนะนำให้นักท่องเที่ยวรับรู้มากยิ่งขึ้น
5. ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ ส่งเสริมการผลิตในประเทศ ยกระดับการอนุมัติ อนุญาต และขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์
ศูนย์การแพทย์บางรัก นำร่องผลิตภัณฑ์ATMPs
6.ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หรือผลิตภัณฑ์ATMPs ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการแพทย์สมัยใหม่ระดับโลก ภายในปี 2570 โดยจะมีการเริ่มต้นสถานพยาบาลแซนด์บ็อกซ์ทดลองในเรื่องนี้ นำร่องที่ศูนย์การแพทย์บางรัก กรมควบคุมโรคเป็นห้องแล็ปแห่งแรก ภายในเดือนเม.ย.2568
และ7.การดูแลบุคคลและความงาม ทั้งเวชศาสตร์ความงาม จิตเวชและพฤติกรรมบำบัด การอุ้มบุญและเทคโนโลยีช่วยเจริญพันทางการแพทย์ การส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ ซึ่งผู้บริหารที่เข้ารับการอบรมหลักสูตร MEP 2025 นี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจสุขภาพ ผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรและเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติต่อไป
“พร้อมส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดรูปแบบแนวทางการทำงานลักษณะ MICE ด้านสุขภาพเป็นองค์กรจัดการประชุมในประเทศไทย โดยมาเน้นเรื่องของสุขภาพ เป็นสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์และด้านธุรกิจต้องมาจับมือกัน จะทำให้อุตสาหกรรม Medical and Wellness Hub เพราะจะมีเจ้าภาพ ทำให้เดินหน้าขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น”นายสมศักดิ์กล่าว
2 ข้อเสนอเร่งMedical and Wellness Hub
ขณะที่ นายธานี มณีนุตร์ รองประธานรุ่น MEP 2025 กล่าวว่า ผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจที่เข้าร่วมหลักสูตร MEP 2025 รุ่นที่ 2 มีข้อเสนอเชิงนโยบาย 2 เรื่องสำคัญในการขับเคลื่อนเมดิคัลและเวลเนสฮับ(Medical and Wellness Hub)ของประเทศไทย ประกอบด้วย 1.แต่งตั้งทูตสาธารณสุข เป็นทูตพิเศษภายใต้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยในเวทีสุขภาพโลก เช่น องค์การอนามัยโลก(WHO) สหประชาชาติ(UN) รวมถึง ประสานงานเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ ,ส่งเสริมไทยเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์งานอีเวนท์ด้านสุขภาพ หรือ ไมซ์ (MICE)ด้านสุขภาพ และเชื่อมโยงเครือข่ายสุขภาพไทยกับองค์กรระดับโลก
และ 2.จัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อส่งเสริม MICE ด้านสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนไทยเป็น Medical and Wellness Hub} ดึงดูดและประมูลสิทธิ์จัดงานประชุมระดับโลก ,ยกระดับมาตรฐานสถานที่และพัฒนาบุคลากร และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน





